สุชาติลั่นไม่กลัว นายทุนภูเก็ตรุกหาด สั่งลุยถึงที่สุด
สุชาติลั่นไม่กลัว นายทุนภูเก็ตรุกหาด สั่งลุยถึงที่สุด
เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาประกาศจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ชายหาดในจังหวัดภูเก็ต โดยงานนี้เจ้าตัวยืนยันเสียงแข็งว่า สุชาติลั่นไม่กลัว นายทุนภูเก็ตรุกหาด สั่งลุยถึงที่สุด ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะพยายามดึงเชงหรือยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อยื้อเวลาอย่างไรก็ตาม
ทางกระทรวงฯ ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ พื้นที่ความดูแลของกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ ซึ่งที่ผ่านมามีการบุกรุกพื้นที่ชายหาดชื่อดังหลายแห่ง เช่น หาดนุ้ย และหาดฟรีด้อม นายสุชาติกล่าวว่าทางเจ้าของกิจการบางรายเริ่มเข้าใจและยอมรับสภาพตามกระบวนการกฎหมายแล้ว แต่สำหรับใครที่คิดจะดื้อดึง การปะทะกันทางกฎหมายย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้
เปิดกลยุทธ์ทวงคืนพื้นที่สาธารณะให้ประชาชน
การดำเนินการของทีมงานมีความเข้มข้นมาก โดยนายสุชาติได้เน้นย้ำถึงขั้นตอนสำคัญดังนี้:
- การจัดระเบียบหาด: รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าตามคำสั่งศาล
- การตรวจสอบที่ดิน: ยืนยันชัดเจนว่าเป็นที่ดินป่าไม้ ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล
- การหาต้นตอ: ไล่ล่าตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงผู้อยู่เบื้องหลังที่คอยชักใย
ปัญหาการยึดครองพื้นที่เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ โดยเฉพาะเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าที่ดินเหล่านั้นเคยถูกศาลตัดสินคดีไปแล้วตั้งแต่อดีต ดังนั้นการที่กลุ่มนายทุนจะใช้ลูกไม้ยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองเพื่อความคุ้มครอง จึงอาจไม่ได้ผลอย่างที่หวัง เพราะทางกระทรวงฯ ได้เตรียมหลักฐานไว้อย่างรัดกุม สุชาติลั่นไม่กลัว นายทุนภูเก็ตรุกหาด สั่งลุยถึงที่สุด เพราะเป้าหมายสูงสุดคือการนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาเป็นของส่วนรวมอีกครั้ง
สำหรับกลุ่มที่ทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับความเป็นจริง นายสุชาติมองว่าเป็นพวก “คนดื้อ” ซึ่งในเมื่อมีการเตือนและให้โอกาสแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตาม ก็จะต้องใช้ไม้แข็งดำเนินการให้ถึงที่สุด ทุกขั้นตอนมีการวางแผนไว้หมดแล้ว และเชื่อว่าสุดท้ายแล้วความถูกต้องจะอยู่เหนือผลประโยชน์ของนายทุนอย่างแน่นอน
ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสารเรื่องนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่ภาครัฐกล้าออกมาจัดการกลุ่มอิทธิพลอย่างจริงจัง การทวงคืนหาดสวยในภูเก็ตไม่ได้ทำเพียงเพื่อความถูกต้องทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาแหล่งท่องเที่ยวอันล้ำค่าของประเทศไทยให้ยั่งยืนต่อไป หวังว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะทำให้หลายฝ่ายหันมาตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างถูกต้องตามสิทธิ์ครับ