สุชาติสั่ง 4 มาตรการป้องกันดินโคลนถล่มซ้ำป่าตอง

สถานการณ์ดินโคลนถล่มในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต สร้างความเสียหายให้กับถนน บ้านเรือน และเส้นทางสัญจรของประชาชน หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจนมีน้ำป่าไหลหลากและมวลดินไหลลงมาตามทางลาดชัน ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีทำงานร่วมกับจังหวัดภูเก็ต เพื่อเร่งป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณซอยนาใน 5 ตำบลป่าตอง โดยเจ้าหน้าที่พบร่องรอยการไหลของดิน หินแกรนิต และตะกอนกรวดทรายลงมาตามถนน ลักษณะดังกล่าวเรียกว่า debris flow หรือการไหลของดินและหิน ซึ่งมีความรุนแรงและสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักและพื้นดินอุ้มน้ำจนเต็มความสามารถ

สุชาติสั่ง 4 มาตรการป้องกันดินโคลนถล่มซ้ำป่าตอง

จากการตรวจสอบของสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 4 พบว่าพื้นที่เกิดเหตุมีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 340.5 มิลลิเมตร ขณะที่ชั้นดินในบริเวณดังกล่าวเกิดจากหินแกรนิตยุคครีเทเชียสที่ผุพังสูง จนกลายเป็นชั้นดินทรายปนดินเหนียว ซึ่งสามารถอุ้มน้ำได้ดี แต่ก็เคลื่อนตัวได้ง่ายเมื่อได้รับน้ำฝนปริมาณมาก ปัจจัยทางธรรมชาติเหล่านี้จึงเพิ่มโอกาสเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

มาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันดินโคลนถล่ม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางสำคัญ 4 ประการ เพื่อรับมือกับสถานการณ์และสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชนในพื้นที่ป่าตอง ดังนี้

  • ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน: จังหวัดภูเก็ตประกาศให้พื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินโคลนถล่มเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และงบประมาณเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
  • แจ้งเตือนและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง: กรมทรัพยากรธรณีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามปริมาณฝนและสภาพพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่ภาคใต้ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน
  • ปรับเส้นทางน้ำด้วยวิศวกรรม: เจ้าหน้าที่เตรียมเบี่ยงเบนทางน้ำ ยกระดับระบบกั้นน้ำ และก่อสร้างฝายใหม่ เพื่อควบคุมทิศทางการไหลของน้ำ รวมทั้งส่งน้ำเข้าสู่ท่อระบายน้ำอย่างเหมาะสม โดยเทศบาลเมืองป่าตองจะประสานงานกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ตในการวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้าง
  • ติดตั้งเครื่องตรวจวัดมวลดิน: เทศบาลเมืองป่าตองมีแผนร่วมมือกับกรมทรัพยากรธรณี เพื่อสำรวจพื้นที่เสี่ยงและติดตั้งสถานีตรวจวัดการเคลื่อนตัวของมวลดิน อุปกรณ์ดังกล่าวจะช่วยติดตามความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และสนับสนุนการแจ้งเตือนล่วงหน้า

นอกจากมาตรการทั้ง 4 ด้านแล้ว การดูแลพื้นที่หลังเกิดเหตุก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเร่งขนย้ายหินและตะกอนที่สะสมบริเวณฝายกั้นน้ำ ตรวจสอบความแข็งแรงของถนนและอาคารใกล้เคียง รวมถึงเปิดทางระบายน้ำที่อาจถูกดินหรือเศษวัสดุอุดตัน เพราะหากปล่อยให้มีสิ่งกีดขวาง อาจทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางและกัดเซาะพื้นที่เพิ่มเติมได้

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เชิงเขา ทางน้ำ หรือพื้นที่ลาดชัน ควรติดตามประกาศจากจังหวัดและเทศบาลอย่างใกล้ชิด หากพบรอยแตกร้าวบนพื้นดิน กำแพง หรืออาคาร มีน้ำซึมผิดปกติ เสียงหินเคลื่อนตัว หรือระดับน้ำเพิ่มขึ้นรวดเร็ว ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่และออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที ไม่ควรรอให้เกิดดินถล่มก่อนจึงค่อยอพยพ

การป้องกันดินโคลนถล่มซ้ำป่าตองจะได้ผลดีเมื่อทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสำรวจทางธรณีวิทยา การจัดการน้ำ การติดตั้งระบบตรวจวัด และการเตรียมพร้อมของชุมชน ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการไม่ทิ้งขยะลงทางน้ำ ไม่ก่อสร้างกีดขวางทางระบายน้ำ และแจ้งข้อมูลความผิดปกติให้หน่วยงานท้องถิ่นทราบโดยเร็ว

ข้อคิดเห็น: มาตรการเร่งด่วนจะช่วยลดความเสี่ยงในระยะสั้น แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนควรมีแผนจัดการพื้นที่เสี่ยงและระบบแจ้งเตือนที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ทุกคนจึงควรติดตามข่าวสารและเตรียมแผนอพยพไว้ล่วงหน้า เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ครอบครัวและชุมชนในช่วงฤดูฝน

ที่มา – ‘สุชาติ’ สั่งกรมธรณีร่วมกับ จ.ภูเก็ต ใช้ 4 มาตราการเร่งด่วนป้องกันดินโคลนถล่มซ้ำป่าตอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *