สุชาติสั่งปราบขยะพิษ ชลบุรีพบ 3 บริษัทไร้ใบอนุญาต

ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายกำลังเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะหากมีการจัดเก็บ ขนส่ง หรือกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง อาจส่งผลกระทบต่อดิน น้ำ อากาศ และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ได้ ล่าสุด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก ภายใต้คำสั่งของ สุชาติสั่งปราบขยะพิษ ชลบุรีพบ 3 บริษัทไร้ใบอนุญาต เพื่อเร่งตรวจสอบสถานประกอบการที่อาจเกี่ยวข้องกับการนำเข้าและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายตั้งแต่ต้นทาง โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การทำงานร่วมกันจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามเส้นทางของเสีย ตรวจสอบใบอนุญาต และขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สุชาติสั่งปราบขยะพิษ ชลบุรีพบ 3 บริษัทไร้ใบอนุญาต

ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังเข้าตรวจสอบสถานประกอบการในตำบลธาตุทอง จังหวัดชลบุรี ตามหมายค้น การตรวจสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อดูการดำเนินกิจการจริง แหล่งที่มาของวัตถุดิบ เครื่องจักร เอกสารการอนุญาต รวมถึงวิธีการจัดการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และของเสียที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่

จากการตรวจสอบพบสถานประกอบการในพื้นที่รวม 4 บริษัท โดยบริษัท ฮวนย้า อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด มีใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง ขณะที่อีก 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท รุ่ยเฟิง จำกัด บริษัท สโตนเทค จำกัด และบริษัท อี่หมิง จำกัด พบการนำเข้าแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์มาประกอบโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัท รุ่ยเฟิง จำกัด และบริษัท สโตนเทค จำกัด มีผู้ถือหุ้นต่างด้าวทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายละเอียดด้านการลงทุนและการประกอบธุรกิจเพิ่มเติมตามขั้นตอน

ผลตรวจสอบขยะพิษและการดำเนินคดีในชลบุรี

กรณีที่พบการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายในหลายส่วน เทศบาลตำบลธาตุทองแจ้งความกล่าวโทษกรณีขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และประกอบกิจการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ส่วนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีแจ้งความกรณีตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535

เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนแปลงหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้อายัดเครื่องจักรทั้งหมดที่เกี่ยวข้องไว้ตรวจสอบ การอายัดดังกล่าวมีความสำคัญต่อการรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะเครื่องจักรอาจแสดงให้เห็นลักษณะการประกอบกิจการ ปริมาณการผลิต และกระบวนการจัดการวัตถุดิบภายในสถานประกอบการได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายจำนวน 15 คน แบ่งเป็นสัญชาติเมียนมา 8 คน และสัญชาติลาว 7 คน ซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณบ้านพักคนงานด้านนอกสถานประกอบการ

ประเด็นสำคัญของปฏิบัติการ สุชาติสั่งปราบขยะพิษ ชลบุรีพบ 3 บริษัทไร้ใบอนุญาต ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจจับผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการติดตามขยะอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบว่าชิ้นส่วนเหล่านี้นำเข้ามาจากที่ใด ถูกนำไปประกอบหรือคัดแยกอย่างไร และมีการนำของเสียไปกำจัดที่สถานที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ เพราะขยะบางประเภทอาจมีโลหะหนัก สารเคมี หรือส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

เหตุผลที่ต้องควบคุมขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างจริงจัง

ขยะอิเล็กทรอนิกส์มีความซับซ้อนกว่าขยะทั่วไป เนื่องจากประกอบด้วยแผงวงจร สายไฟ แบตเตอรี่ พลาสติก และโลหะหลายชนิด หากถูกเผา แยกชิ้นส่วน หรือฝังกลบโดยไม่มีระบบควบคุม อาจทำให้เกิดควันพิษ น้ำชะขยะ และการปนเปื้อนในดินและแหล่งน้ำ นอกจากนี้ คนงานหรือประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากฝุ่น กลิ่น และสารเคมีในระยะยาว การมีใบอนุญาตจึงไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางเอกสาร แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเดินหน้าตรวจสอบสถานประกอบการลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่ที่มีการนำเข้าสินค้าหรือชิ้นส่วนจากต่างประเทศ การตรวจเชิงรุกจะช่วยลดโอกาสที่กิจการผิดกฎหมายจะย้ายพื้นที่หรือหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการควรตรวจสอบใบอนุญาตของตนเองให้ครบถ้วน จัดทำบัญชีวัตถุดิบและของเสียอย่างเป็นระบบ รวมถึงใช้ผู้รับกำจัดของเสียที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

  • ประชาชนควรแจ้งหน่วยงานรัฐเมื่อพบการเผา คัดแยก หรือกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดปกติ
  • ผู้ประกอบการควรแสดงเอกสารอนุญาตและข้อมูลการจัดการของเสียอย่างโปร่งใส
  • หน่วยงานท้องถิ่นควรติดตามผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมหลังการตรวจค้น
  • การนำเข้าและการขนส่งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ควรมีเอกสารตรวจสอบย้อนกลับได้

นายสุชาติได้กำชับให้ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าขยายผลถึงต้นตอการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานที่มีอำนาจให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ภารกิจครั้งนี้จึงสะท้อนว่า การแก้ปัญหาขยะพิษต้องอาศัยการทำงานแบบบูรณาการ และต้องไม่ปล่อยให้กิจการที่ไม่ถูกต้องกลายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันจริงจัง จะช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และสร้างมาตรฐานการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ยั่งยืนได้

ความคิดเห็น: การตรวจสอบเชิงรุกเป็นเรื่องจำเป็น แต่ควรทำควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลและการติดตามผลหลังดำเนินคดี เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าขยะพิษจะไม่กลับมาสร้างปัญหาในพื้นที่อีก

ที่มา – ‘สุชาติ’สั่ง ฉก.คุมมลพิษลุยปราบขยะพิษบุกชลบุรีพบ 3 บริษัทไร้ใบอนุญาต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *