สุดงง! คนขับแท็กซี่จวกยับ หลังรถไฟนำเที่ยวเฉี่ยวชนรถกลางถนน อ้างรถไฟ “วิ่งสวนเลน”
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์บนท้องถนนที่น่าเหลือเชื่อมาบ้าง แต่ข่าวนี้ถือว่าอยู่ในระดับตำนานแน่นอนครับ เมื่อมีเหตุการณ์ สุดงง! คนขับแท็กซี่จวกยับ หลังรถไฟนำเที่ยวเฉี่ยวชนรถกลางถนน อ้างรถไฟ “วิ่งสวนเลน” ในเมืองดาร์จีลิง ประเทศอินเดีย ซึ่งสร้างความมึนงงให้กับผู้คนที่พบเห็นและชาวเน็ตทั่วโลกเป็นอย่างมาก
สุดงง! คนขับแท็กซี่จวกยับ หลังรถไฟนำเที่ยวเฉี่ยวชนรถกลางถนน อ้างรถไฟ “วิ่งสวนเลน”
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อรถยนต์คันหนึ่งจอดขวางทางรถไฟสายดาร์จีลิง ฮิมาลายัน ที่กำลังวิ่งผ่านมาพอดีจนเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น แทนที่คนขับรถแท็กซี่จะแสดงความรับผิดชอบ เขากลับโต้เถียงกับพนักงานขับรถไฟว่ารถไฟวิ่งย้อนศรมา ทั้งที่ความเป็นจริงรถไฟต้องวิ่งไปตามรางเสมอ ข้ออ้าง สุดงง! คนขับแท็กซี่จวกยับ หลังรถไฟนำเที่ยวเฉี่ยวชนรถกลางถนน อ้างรถไฟ “วิ่งสวนเลน” นี้กลายเป็นประเด็นตลกในโลกโซเชียลทันที เพราะใครจะไปคิดว่าจะมีคนกล้าเถียงกับรถไฟว่าวิ่งสวนเลนได้!
บทเรียนจากการจอดรถผิดที่
หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่าคนขับรถคันดังกล่าวจอดรถในที่ห้ามจอดและกีดขวางทางรถไฟอย่างชัดเจน จึงมีผลตามกฎหมายทันที ไม่ว่าจะเป็นการยึดรถหรือการตั้งข้อหาดำเนินคดี เพราะเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ชั้นดีว่าการใช้ถนนร่วมกับรถไฟนั้นต้องอาศัยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
- เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
- จอดรถให้ห่างจากรางรถไฟเสมอ
- อย่าพยายามโต้เถียงในสิ่งที่ผิดหลักความเป็นจริง
ความสำคัญของรถไฟดาร์จีลิง: นอกจากความตลกขบขันที่เกิดขึ้น รถไฟสายดาร์จีลิง ฮิมาลายัน ยังเป็นมรดกโลกที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1881 ที่ถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ชาวเมืองหวงแหนและเป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
บทเรียนของเหตุการณ์นี้คือการมีสติและการยอมรับความผิดพลาดถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากบนท้องถนน แทนที่จะโทษสิ่งรอบข้างหรือแม้กระทั่งโทษรถไฟว่าวิ่งสวนเลน การตรวจสอบสถานที่จอดรถให้มั่นใจก่อนลงจากรถคือวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันความเสียหายทางทรัพย์สินและอุบัติเหตุไม่คาดฝันครับ
ที่มา – สุดงง! คนขับแท็กซี่จวกยับ หลังรถไฟนำเที่ยวเฉี่ยวชนรถกลางถนน อ้างรถไฟ “วิ่งสวนเลน”