สุนัข K9 ค้นหาคนหลงป่าถ้ำหลวง หลังโดรนพบความร้อน

ปฏิบัติการค้นหาคนพลัดหลงในพื้นที่ป่า อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หลังทีมอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง–ขุนน้ำนางนอนใช้โดรนตรวจจับความร้อนสำรวจพื้นที่ในช่วงกลางคืน และพบสัญญาณความร้อนที่มีลักษณะคล้ายร่างกายมนุษย์ โดยสัญญาณดังกล่าวยังขยับตอบสนองหลังเจ้าหน้าที่ส่งเสียงแนะนำให้เคลื่อนไปทางซ้ายและขวา ทำให้ทุกฝ่ายเร่งวางแผนเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

สุนัข K9 ค้นหาคนหลงป่าถ้ำหลวง หลังโดรนพบความร้อน

เหตุการณ์เริ่มขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เมื่อเจ้าหน้าที่นำโดรนติดตั้งกล้องตรวจจับความร้อนขึ้นบินเหนือพื้นที่ป่าเป้าหมาย เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ทีมค้นหามองเห็นความผิดปกติในพื้นที่มืดและป่ารกทึบได้ดีขึ้น แม้จะยังไม่สามารถยืนยันได้ทันทีว่าสัญญาณที่ตรวจพบนั้นเป็นบุคคลหรือไม่ แต่การขยับตอบสนองต่อสัญญาณเสียงทำให้เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามีโอกาสเป็นคนพลัดหลงอยู่ในบริเวณดังกล่าว

ทีมค้นหาที่พักค้างคืนอยู่บนเขาจึงรีบเดินทางไปยังจุดที่พบความร้อน อย่างไรก็ตาม พื้นที่เป้าหมายมีสภาพเป็นป่าทึบ ต้นไม้สูง และลาดชันมาก การเดินทางในเวลากลางคืนจึงทำได้อย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและไม่ให้เกิดการพลัดหลงซ้ำ จนกระทั่งยังไม่สามารถพบตัวผู้สูญหายได้ในคืนดังกล่าว

ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และสุนัข K9 ปูพรมค้นหา

เช้าวันที่ 5 ตุลาคม หลังศูนย์ติดตามคนพลัดหลงประชุมวางแผน เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังสมทบขึ้นพื้นที่ป่ามากกว่า 50 นาย ประกอบด้วยทหารจาก มทบ.37 เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 3 ทีมกู้ภัยภาคพลเรือน และสุนัขตำรวจ K9 จำนวน 2 ตัว ทุกหน่วยทำงานร่วมกันเพื่อขยายพื้นที่ค้นหาและเพิ่มโอกาสพบผู้พลัดหลงโดยเร็วที่สุด

แนวทางหลักที่ใช้คือ “ยุทธวิธีก้นหอย” ซึ่งเป็นการค้นหาแบบขยายวงจากจุดศูนย์กลางออกไปทีละชั้น วิธีนี้ช่วยให้ทีมปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นระบบ ลดโอกาสข้ามจุดสำคัญ และทำให้สามารถบันทึกเส้นทางที่ค้นหาแล้วได้อย่างชัดเจน ขณะที่สุนัข K9 มีบทบาทสำคัญในการดมกลิ่นและค้นหาร่องรอยในพื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

นอกจากกำลังบนภูเขาแล้ว บริเวณถนนพหลโยธินช่วงบ้านผาหมียังมีการจัดกำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. เฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางออกจากป่าธรรมชาติอย่างเข้มงวด การวางกำลังด้านล่างช่วยตรวจสอบความเคลื่อนไหวและป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเส้นทางหลุดรอดจากการติดตาม

ฝนตกหนักเพิ่มความยากให้ภารกิจค้นหา

ภารกิจค้นหาในช่วงเช้าต้องเผชิญกับอุปสรรคจากสภาพอากาศ โดยเวลาประมาณ 08.30 น. มีฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอแม่สาย ส่งผลให้พื้นป่าที่มีความลาดชันอยู่แล้วลื่นและเดินทางได้ยากมากขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเคลื่อนที่ รวมถึงตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา

ฝนยังอาจส่งผลต่อการติดตามร่องรอยของผู้สูญหาย เพราะน้ำสามารถชะล้างรอยเท้า กลิ่น หรือสิ่งของที่ตกหล่นตามเส้นทางได้ ขณะเดียวกันสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจทำให้การบินของโดรนและการสื่อสารระหว่างทีมทำได้จำกัด เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ข้อมูลจากหลายด้านประกอบกัน ทั้งภาพจากโดรน รายงานของทีมภาคพื้นดิน เสียงตอบสนอง และความสามารถของสุนัขค้นหา

พบเสื้อและถุงเท้าในป่า แต่ยังยืนยันเจ้าของไม่ได้

ล่าสุด ทีมค้นหาได้รายงานกลับมายังศูนย์อำนวยการว่า พบเสื้อและถุงเท้าตากอยู่บนกิ่งไม้กลางป่า เจ้าหน้าที่จึงถ่ายภาพและประสานส่งให้ครอบครัวของผู้พลัดหลงตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ครอบครัวยืนยันว่าเสื้อผ้าดังกล่าวไม่ใช่ของผู้สูญหาย ทำให้สิ่งของเหล่านี้ยังไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันตำแหน่งหรือเส้นทางของบุคคลที่กำลังค้นหาได้

แม้จะยังไม่พบตัวผู้พลัดหลง แต่การตรวจพบสัญญาณความร้อนจากโดรนถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ชัดเจนขึ้น ทีมปฏิบัติการยังคงปูพรมค้นหาในบริเวณระเบียงความร้อนและพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมประเมินข้อมูลใหม่ทุกระยะ เพื่อให้การค้นหาเป็นไปอย่างรอบคอบและปลอดภัย

  • เจ้าหน้าที่ใช้โดรนตรวจจับความร้อนเพื่อสำรวจพื้นที่ในเวลากลางคืน
  • ทีมค้นหามากกว่า 50 นายทำงานร่วมกับสุนัขตำรวจ K9 จำนวน 2 ตัว
  • ใช้ยุทธวิธีก้นหอยเพื่อขยายพื้นที่ค้นหาอย่างเป็นระบบ
  • ฝนตกหนักและภูมิประเทศลาดชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินทาง
  • เสื้อและถุงเท้าที่พบในป่ายังไม่ใช่ของผู้พลัดหลงตามการยืนยันของครอบครัว

ข้อสังเกตสำคัญ: การค้นหาคนหลงป่าจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี บุคลากรที่มีประสบการณ์ และการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ประชาชนที่เดินป่าควรแจ้งเส้นทางให้ครอบครัวทราบ เตรียมอุปกรณ์สื่อสาร และหลีกเลี่ยงการเดินทางเพียงลำพัง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว หากมีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่โดยตรงเพื่อสนับสนุนภารกิจ สุนัข K9 ค้นหาคนหลงป่าถ้ำหลวง หลังโดรนพบความร้อน ให้เดินหน้าต่ออย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ระดมกำลัง-สุนัข K9 ค้นหาคนหลงป่าถ้ำหลวง หลังโดรนพบความร้อนตอบสนอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *