สุรินทร์ ชายแดนไทย-กัมพูชาผ่อนคลาย หลังหยุดยิง 72 ชม.

สุรินทร์ ชายแดนไทย-กัมพูชาผ่อนคลาย หลังหยุดยิง 72 ชม.

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ว่า ความตึงเครียดในพื้นที่ค่อยๆ คลี่คลายลงอย่างชัดเจน หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายสามารถรักษาระยะพักการยิงไว้ได้ถึง 72 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าที่น่าพอใจในพื้นที่ชายแดนที่เคยเกิดความขัดแย้ง

ในช่วงเช้าของวันดังกล่าว ไม่มีรายงานเสียงปืนหรือการปะทะกันตามแนวชายแดน บรรยากาศจึงดูผ่อนคลายและสงบมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่อพยพออกจากพื้นที่ตามแนวชายแดน ก็เริ่มทยอยเดินทางกลับบ้านของตนเองอย่างต่อเนื่อง

ความหวังของผู้ที่ต้องอพยพ

หนึ่งในภาพที่สะท้อนถึงความหวังของประชาชนคือ ภาพของนายสมัย สังข์สวนันท์ อายุ 82 ปี ผู้พิการจากการหลอดเลือดตีบจนทำให้ขาเป็นอัมพฤกษ์ ซึ่งอาศัยอยู่ที่ ต.บักใด อ.พนมดงรัก ท่านได้ขนสัมภาระขึ้นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างพร้อมลูกสาว เพื่อเดินทางกลับไปยังบ้านพักใกล้กับปราสาทตาควาย หลังจากที่ต้องอพยพออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 2568

นายสมัยเล่าว่า ตั้งแต่เกิดการสู้รบวันแรก ตนได้อพยพมาอยู่กับลูกหลานที่บ้านเช่าใกล้ตัวเมืองสุรินทร์ แทนที่จะไปอยู่ที่ศูนย์อพยพ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 7 คน แม้ว่าจะปลอดภัย แต่ก็รู้สึกคิดถึงบ้านและพื้นที่ที่เคยใช้ชีวิตมานาน

ความเสี่ยงและความหวังคู่กันไป

แม้ว่าความสงบจะดูเป็นรูปธรรมมากขึ้นหลังการพักยิง 72 ชั่วโมง แต่ในใจของชาวบ้านหลายคนยังมีความกังวลว่า สถานการณ์อาจกลับมาตึงเครียดได้อีกทุกเมื่อ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เคยมีความขัดแย้ง

นายสมัยยังกล่าวด้วยว่า ตนเองเชื่อว่า เขมรอาจจะกลับมายิงได้อีกทุกเมื่อ แต่ถ้าหากเกิดการยิงปะทะขึ้นมาอีก ตนก็จะอพยพออกมาอีกครั้ง เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

บทบาทของหน่วยงานรัฐ

ในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐทั้งในส่วนของทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้เข้าไปดูแลและประสานงานกับชาวบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่า ประชาชนจะได้รับการอพยพอย่างปลอดภัย และได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง

การดูแลความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดนยังคงเป็นหน้าที่สำคัญของรัฐ ซึ่งต้องมีการติดตามและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่มีการหยุดยิง

การฟื้นฟูชีวิตหลังความขัดแย้ง

  • การกลับบ้าน – ชาวบ้านเริ่มมีความมั่นใจในการเดินทางกลับบ้าน
  • การดูแลสุขภาพ – ผู้สูงอายุและผู้พิการยังต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
  • การฟื้นฟูเศรษฐกิจ – ชุมชนต้องการให้กิจกรรมทางการค้าและการเกษตรกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ

สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้คือ การสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า สถานการณ์จะไม่กลับไปสู่ความรุนแรงอีก และการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรักษาสันติภาพในระยะยาว

การที่ สุรินทร์ ชายแดนไทย-กัมพูชาผ่อนคลาย หลังหยุดยิง 72 ชม. ถือเป็นก้าวแรกที่ดี แต่ยังต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการรักษาสันติภาพและสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนชายแดน

ที่มา – ‘สุรินทร์’ ชายแดนไทย-กัมพูชาผ่อนคลาย หลังหยุดยิง 72 ชม.ลุล่วง ผู้คนทยอยเดินทางกลับบ้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *