สเปนล้มแผนซื้อ “เอฟ-35” หันหา “ยูโรไฟเตอร์” แทน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ว่ากระทรวงกลาโหมสเปนออกแถลงการณ์ ว่ารัฐบาลมาดริดจะไม่พิจารณาแนวทางการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ของสหรัฐอีกต่อไป โดยจะพิจารณาเครื่องบินขับไล่ยูโรไฟเตอร์ และอากาศยานซึ่งพัฒนาในโครงการพัฒนาระบบการบินรบแห่งอนาคตของยุโรป ( เอฟซีเอเอส ) แทน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีพรรคสังคมนิยม เปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน ยืนยันว่า แผนการเพิ่มงบประมาณกลาโหมของประเทศจะสามารถบรรลุเป้าหมาย 2% ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ภายในปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) แต่ยังคงปฏิเสธเพิ่มเป้าหมายเป็น 5% ตามแผนการของนาโตในระยะยาว
ท่าทีดังกล่าวของสเปนสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งขู่อย่างเจาะจง ว่าจะเก็บภาษีจากสเปนเพิ่มเติม แม้โดยหลักการสเปนเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ( อียู ) และเผชิญกับอัตราภาษีของสหรัฐ 15% เท่ากับประเทศสมาชิกอียูทุกแห่ง
อนึ่ง สื่อท้องถิ่นของสเปนรายงานว่า รัฐบาลกำหนดวงเงินงบประมาณไว้ที่ 6,250 ล้านยูโร ( ราว 234,856.25 ล้านบาท ) สำหรับการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ เมื่อปี 2566 อย่างไรก็ตาม จากแผนการที่จะมีการใช้งบประมาณกลาโหมเพิ่มอีก 10,500 ล้านยูโร ( ราว 394,558.50 ล้านบาท ) กับอุตสาหกรรมยุโรปเป็นส่วนใหญ่ในปีนี้ ทำให้ไม่สามารถจัดซื้อเครื่องบินรบของสหรัฐได้.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
สเปนล้มแผนซื้อ “เอฟ-35” หันหา “ยูโรไฟเตอร์” แทน
การตัดสินใจของสเปนในการสเปนล้มแผนซื้อ “เอฟ-35” หันหา “ยูโรไฟเตอร์” แทน ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองในวงการกลาโหมระหว่างประเทศ เนื่องจากเครื่องบินขับไล่ F-35 ของสหรัฐฯ ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินรบที่ทันสมัยที่สุดในโลก การที่สเปนเบนเข็มไปหาเครื่องบินยูโรไฟเตอร์ซึ่งเป็นผลผลิตของยุโรปแทนนั้น บ่งบอกถึงความสำคัญของการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีและการสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในภูมิภาค
เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ สเปนล้มแผนซื้อ “เอฟ-35” หันหา “ยูโรไฟเตอร์” แทน
มีหลายปัจจัยที่อาจเป็นเหตุผลให้สเปนตัดสินใจเช่นนี้ ประการแรกคือเรื่องงบประมาณ ดังที่รายงานข่าวระบุว่า สเปนมีแผนที่จะเพิ่มงบประมาณกลาโหมให้กับอุตสาหกรรมยุโรปเป็นส่วนใหญ่ การจัดซื้อเครื่องบินยูโรไฟเตอร์จึงสอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวมากกว่า นอกจากนี้ การที่สเปนเข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบการบินรบแห่งอนาคตของยุโรป (FCAS) ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สเปนต้องการสนับสนุนเทคโนโลยีของยุโรป
ประการต่อมาคือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การขู่เก็บภาษีจากสเปนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของสเปนได้ แม้ว่าสเปนจะเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปและเผชิญกับอัตราภาษีเดียวกับประเทศสมาชิกอื่นๆ แต่การถูกขู่เช่นนี้อาจทำให้สเปนพิจารณาทางเลือกอื่นที่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศมากกว่า
การที่สเปนล้มแผนซื้อ “เอฟ-35” หันหา “ยูโรไฟเตอร์” แทน ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมืองและความมั่นคงของโลก ยุโรปกำลังพยายามที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตนเองและลดการพึ่งพาทางทหารจากสหรัฐฯ การตัดสินใจของสเปนจึงเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญต่อทิศทางดังกล่าว
นอกจากนี้ การที่สเปนเลือกยูโรไฟเตอร์ อาจมีข้อดีในแง่ของการบำรุงรักษาและการซ่อมบำรุง เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน การเข้าถึงอะไหล่และความเชี่ยวชาญจึงอาจง่ายและรวดเร็วกว่า
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ก็อาจมีข้อเสียเช่นกัน เครื่องบิน F-35 ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องบินรบที่มีสมรรถนะสูงกว่ายูโรไฟเตอร์ในหลายด้าน การที่สเปนเลือกยูโรไฟเตอร์อาจทำให้กองทัพอากาศของสเปนเสียเปรียบในแง่ของขีดความสามารถในการรบ
โดยรวมแล้ว การตัดสินใจของสเปนในการสเปนล้มแผนซื้อ “เอฟ-35” หันหา “ยูโรไฟเตอร์” แทน เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง การตัดสินใจนี้จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสเปนและยุโรปในระยะยาว