สแกมเมอร์ยุคใหม่ เมื่อเด็กถูกบังคับให้เป็นคนร้าย
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน สแกมเมอร์ยุคใหม่ เมื่อเด็กถูกบังคับให้เป็นคนร้าย กำลังกลายเป็นภัยร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของอินเทอร์เน็ต รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เพิ่มมาตรการรับมืออาชญากรรมไซเบอร์อย่างเข้มข้น ทั้งบังคับใช้กฎหมาย ประสานงานหน่วยงาน และเตือนภัยประชาชน แต่ปัญหายังไม่สิ้นสุด เพราะอาชญากรเหล่านี้พัฒนาวิธีการใหม่ โดยใช้เด็กและเยาวชนเป็นเครื่องมือ
สแกมเมอร์ยุคใหม่ เมื่อเด็กถูกบังคับให้เป็นคนร้าย
จากข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ กุมภาพันธ์ 2569 พบว่าเด็กและเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อสแกมเพิ่มจาก 10% เป็นกว่า 20% หรือ 1 ใน 5 ของผู้เสียหายทั้งหมด นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการหลอกลวงแบบเดิม สู่การควบคุมและบังคับให้เด็กกลายเป็นผู้กระทำผิดโดยไม่รู้ตัว
จากเหยื่อสู่ผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว
รูปแบบการโจมตีเริ่มต้นด้วยการหลอกลวง กล่าวหาว่าเด็กเกี่ยวข้องกับคดี ข่มขู่ครอบครัว จากนั้นควบคุมการสื่อสาร สั่งการทีละขั้น จนเด็กถูกใช้เป็น “ผู้รับทรัพย์” หรือ “ตัวกลาง” ในการรับเงินสแกม ในทางกฎหมาย พวกเขากลายเป็นผู้กระทำผิด แต่จริงๆ แล้วคือเหยื่อที่ถูกบังคับ
โครงสร้างของขบวนการสแกมเมอร์ยุคใหม่ เมื่อเด็กถูกบังคับให้เป็นคนร้าย นี้ชาญฉลาดมาก ตัวการหลักซ่อนตัวเบื้องหลัง ไม่เคยปรากฏในที่เกิดเหตุ ตำรวจจับได้แค่ปลายทาง แต่พลาดตัวจริงที่ควบคุมจากระยะไกล นี่คือความท้าทายใหญ่ของระบบยุติธรรมไทย
จุดท้าทายของกระบวนการยุติธรรม
กรณีศึกษาหลายแห่งแสดงให้เห็น การตีความบทบาทเด็กแตกต่างกัน บางครั้งมองเป็นเหยื่อ บางครั้งเป็นผู้ต้องหา ระบบยังขาดกรอบชัดเจนในการแยก “เจตนา” กับ “การถูกบังคับ” หากแยกไม่ได้ เด็กเหล่านี้จะถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรตลอดชีวิต ส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อสังคมไทย
หากปล่อยไว้ สแกมเมอร์ยุคใหม่ เมื่อเด็กถูกบังคับให้เป็นคนร้าย จะกลายเป็นรูปแบบ “ค้ามนุษย์ดิจิทัล” ที่ไม่ต้องเคลื่อนย้ายคน ผลกระทบไม่ใช่แค่เงินทอง แต่ทำลายอนาคตเยาวชนและความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม
4 ทางออกที่ต้องทำทันที
- แยกสถานะ “ผู้ถูกบังคับ” ออกจาก “ผู้กระทำผิด” เพื่อให้คดีสะท้อนความจริงทั้งหมด
- กำหนดแนวปฏิบัติร่วมกันระหว่างตำรวจ อัยการ และศาล ลดความแตกต่างระหว่างพื้นที่
- ใช้ข้อมูลจากผู้ถูกหลอกเพื่อติดตามเครือข่ายตัวจริง เปลี่ยนจากจับปลายทางสู่ตัวการหลัก
- ปิดช่องแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งเบอร์สายตรงให้เหยื่อตรวจสอบได้ทันที
นี่คือกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับสแกมเมอร์ยุคใหม่ เมื่อเด็กถูกบังคับให้เป็นคนร้าย สังคมไทยต้องถามตัวเองว่า เรากำลังเข้าใจกลไกอาชญากรรมลึกพอหรือยัง? ถึงเวลาที่ตำรวจ อัยการ และศาลต้องมองเกินพฤติการณ์ผิวเผิน ไปสู่สาเหตุที่แท้จริง เพื่อหยุดยั้งตัวการ ไม่ใช่ลงโทษเหยื่อ
หากไม่แก้ไข เราไม่เพียงเสียทรัพย์สิน แต่เสียอนาคตเด็กทั้งรุ่นและความยุติธรรมของชาติ การป้องกันต้องเริ่มจากตัวเรา รายงานสิ่งผิดปกติทันที และสนับสนุนนโยบายรัฐเพื่อปกป้องเยาวชน อย่าให้สแกมเมอร์ยุคใหม่ เมื่อเด็กถูกบังคับให้เป็นคนร้าย ทำลายสังคมไทยได้อีกต่อไป