“หงส์แดง” ปีกหักบุกโดน “เฟเนร์บาห์เช” สอยดิ้น
“หงส์แดง” ปีกหักบุกโดน “เฟเนร์บาห์เช” สอยดิ้น ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส หลังลิเวอร์พูลบุกไปพ่ายทีมดังจากตุรกีแบบสุดมัน 2-3 ทั้งที่สามารถขึ้นนำได้ถึงสองครั้ง แต่สุดท้ายเจ้าถิ่นรวมพลังพลิกสถานการณ์คว้าชัยชนะได้สำเร็จ เกมนี้สร้างความประหลาดใจให้แฟนบอลไม่น้อย เพราะลิเวอร์พูลออกสตาร์ตฤดูกาลยุโรปได้อย่างแข็งแกร่งและยังไม่เคยแพ้มาก่อนหน้านี้
การพ่ายแพ้นัดนี้ถือเป็นความผิดหวังครั้งแรกของลิเวอร์พูลในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ขณะที่เฟเนร์บาห์เช ซึ่งมี เดิร์ก เคาท์ ตำนานกองหน้าของลิเวอร์พูลทำหน้าที่เฮดโค้ช ก็ปลดล็อกชัยชนะนัดแรกได้อย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง
“หงส์แดง” ปีกหักบุกโดน “เฟเนร์บาห์เช” สอยดิ้น
ลิเวอร์พูลเริ่มต้นเกมได้อย่างน่าประทับใจ แม้ต้องออกไปเล่นเป็นทีมเยือนท่ามกลางบรรยากาศกดดันจากแฟนบอลเจ้าถิ่น แต่ทีมของพวกเขายังคงพยายามครองบอลและสร้างเกมรุกตามแบบฉบับของตัวเอง จนมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 25 จากจังหวะวอลเลย์ของ เทรย์ นีโอนี กองกลางดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี ซึ่งเติมขึ้นมาในจังหวะเหมาะสมและส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูเฟเนร์บาห์เชเข้าไปอย่างเฉียบขาด
ประตูดังกล่าวทำให้ลิเวอร์พูลดูมั่นใจมากขึ้น แต่เฟเนร์บาห์เชไม่เสียขวัญและเดินหน้าตอบโต้ทันที เพียง 4 นาทีต่อมา เจ้าบ้านก็ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากลูกฟรีคิกของ เมสัน กรีนวูด บอลไปแฉลบ เฌเรมี ฌักเกต์ ที่กระโดดแยกตัวออกจากกำแพง ก่อนเปลี่ยนทางเข้าประตูจนผู้รักษาประตูลิเวอร์พูลหมดสิทธิ์ป้องกัน
“หงส์แดง” ปีกหักบุกโดน “เฟเนร์บาห์เช” สอยดิ้น หลังเกมพลิกไปมา
ครึ่งแรกจบลงด้วยสกอร์ 1-1 ทำให้ทั้งสองทีมยังมีโอกาสกลับมาเป็นฝ่ายชนะในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลเริ่มเร่งจังหวะการเล่นมากขึ้นและพยายามใช้ความเร็วของแนวรุกโจมตีพื้นที่ด้านข้าง ขณะที่เฟเนร์บาห์เชอาศัยการเล่นที่แข็งแกร่งและการสนับสนุนจากเสียงเชียร์ในสนามช่วยกดดันทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง
ความพยายามของลิเวอร์พูลประสบผลในนาทีที่ 69 เมื่อ โคดี กัคโป เปิดบอลเข้าเขตโทษได้อย่างแม่นยำ ก่อนที่ อเล็กซานเดอร์ อิซัค จะสอดเข้ามาขึ้นโหม่งระยะประชิด ส่งบอลตุงตาข่ายและทำให้ทีมเยือนกลับขึ้นนำ 2-1 จังหวะนี้ดูเหมือนจะเป็นประตูสำคัญที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลควบคุมเกมและคว้าสามแต้มกลับอังกฤษได้
อย่างไรก็ตาม เฟเนร์บาห์เชยังคงเดินหน้าสู้แบบไม่ยอมแพ้ และใช้เวลาเพียง 4 นาทีในการตีเสมอเป็น 2-2 จากจังหวะที่ อาร์ชี บราวน์ ยืนอยู่บริเวณเสาสอง ก่อนแปบอลโล่ง ๆ เข้าไปอย่างเด็ดขาด เกมจึงกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง และทั้งสองฝ่ายต่างมีโอกาสทำประตูเพิ่ม
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 79 เมื่อ บราวน์ เปลี่ยนบทบาทจากผู้ทำประตูมาเป็นผู้สร้างสรรค์เกม เขาเปิดบอลย้อยเข้าเขตโทษให้ เวดัต มูริชี กองหน้าตัวสำรองขึ้นโหม่ง บอลพุ่งเสียบตาข่ายจนเฟเนร์บาห์เชพลิกนำ 3-2 ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนบอลเจ้าถิ่น
- ลิเวอร์พูลขึ้นนำก่อนจากประตูของ เทรย์ นีโอนี
- เฟเนร์บาห์เชตีเสมอจากลูกฟรีคิกที่บอลแฉลบกำแพง
- อเล็กซานเดอร์ อิซัคโหม่งให้ลิเวอร์พูลนำ 2-1
- อาร์ชี บราวน์ และ เวดัต มูริชี ช่วยกันพลิกเกมให้เจ้าถิ่นชนะ 3-2
ช่วงเวลาที่เหลือ ลิเวอร์พูลพยายามบุกอย่างหนักเพื่อทวงประตูตีเสมอ แนวรุกของทีมมีโอกาสลุ้นจากทั้งการเปิดบอลริมเส้นและการยิงจากนอกกรอบเขตโทษ แต่แนวรับของเฟเนร์บาห์เชยังช่วยกันป้องกันได้ดี เจ้าบ้านเล่นอย่างมีวินัยและพยายามถ่วงจังหวะในช่วงท้ายเกม จนสามารถรักษาสกอร์นำไว้ได้จนเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น
ผลการแข่งขันทำให้ลิเวอร์พูลมี 9 คะแนนจากการลงเล่น 4 นัด และรั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนนลีกเฟส แม้ยังอยู่ในตำแหน่งที่มีลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แต่ความพ่ายแพ้ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการแข่งขันในเวทียุโรปไม่มีเกมไหนง่าย โดยเฉพาะเมื่อปล่อยให้คู่แข่งมีพื้นที่และกลับเข้าสู่เกมได้หลายครั้ง
ด้านเฟเนร์บาห์เชเก็บชัยชนะนัดแรกของรายการ มีเพิ่มเป็น 5 คะแนน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 19 และสร้างความมั่นใจได้มากทีเดียว การมี เดิร์ก เคาท์ อดีตนักเตะลิเวอร์พูลคุมทีมยิ่งทำให้เกมนี้มีเรื่องราวน่าสนใจ เพราะเขาสามารถพาทีมเก่าของตัวเองพบกับความพ่ายแพ้ในค่ำคืนที่แฟนบอลเจ้าถิ่นจดจำได้อย่างแน่นอน
สำหรับลิเวอร์พูล สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขคือการรักษาความได้เปรียบหลังขึ้นนำ รวมถึงการป้องกันลูกตั้งเตะและการรับมือกับบอลด้านข้าง เกมนี้พวกเขาทำได้ดีในช่วงสร้างโอกาส แต่ยังขาดความเด็ดขาดในการปิดเกม ขณะที่เฟเนร์บาห์เชแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งทางจิตใจจนสามารถพลิกจากตามหลังกลับมาคว้าชัยได้
โดยสรุป “หงส์แดง” ปีกหักบุกโดน “เฟเนร์บาห์เช” สอยดิ้น ด้วยสกอร์ 2-3 เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับลิเวอร์พูลในเส้นทางแชมเปี้ยนส์ ลีก ทีมยังมีโอกาสแก้ตัวในเกมถัดไป แต่จำเป็นต้องยกระดับเกมรับและบริหารจังหวะการแข่งขันให้รัดกุมกว่าเดิม แฟนบอลควรติดตามเกมต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะการแย่งพื้นที่รอบน็อกเอาต์ยังเปิดกว้างและทุกคะแนนมีความหมาย
มุมมองจากเกมนี้ชัดเจนว่า ลิเวอร์พูลยังมีศักยภาพพอสำหรับการต่อสู้ในยุโรป เพียงต้องลดความผิดพลาดและรักษาสมาธิให้ได้ตลอด 90 นาที หากทำได้ ทีมก็มีโอกาสกลับมาเดินหน้าคว้าชัยและสร้างความมั่นใจอีกครั้งในนัดต่อไป
ที่มา – “หงส์แดง” ปีกหักบุกโดน “เฟเนร์บาห์เช” สอยดิ้น



