‘หมอแล็บ’ ยกเคส ‘จา พนม’ ป่วยมะเร็งในถุงน้ำดี

แวดวงบันเทิงและแฟนคลับทั่วประเทศต่างส่งกำลังใจล้นหลามให้กับนักแสดงชื่อดัง จา พนม ยีรัมย์ หรือ ทัชชกร ยีรัมย์ วัย 49 ปี หลังจากข่าวการป่วยเป็น มะเร็งในถุงน้ำดี ระยะที่ 3 เกือบจะเข้าสู่ระยะ 4 ออกสู่สื่อ จา พนม ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่าตัดและทำคีโม จนอาการดีขึ้นมาก แฟนๆ ต่างชื่นชมความเข้มแข็งของเขา โดยเฉพาะช่วงเคาท์ดาวน์วันเกิดครบ 50 ปีที่กำลังจะมาถึง

“จา-พนม” ขอบคุณกำลังใจหลังป่วยมะเร็งในถุงน้ำดี เคาท์ดาวน์วันเกิดพรุ่งนี้ 50 ปีแฟนๆส่งกำลังใจแน่น!

แฟนๆตกใจ! “จา-พนม” เป็นมะเร็งถุงน้ำดีระยะที่ 3 ผ่าตัด-ทำคีโม อาการแข็งแรงขึ้นมาก!

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เพจดัง หมอแล็บแพนด้า ได้โพสต์ยกเคสนี้เป็นตัวอย่าง ส่งกำลังใจให้จา พนม และเตือนว่ามะเร็งในถุงน้ำดีคือ “ภัยเงียบ” ที่มีสัญญาณเตือนช้ามาก วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามันคืออะไร เกิดจากสาเหตุใด และจะป้องกันได้ยังไง

รู้จัก “ถุงน้ำดี” และหน้าที่สำคัญของมัน

ลองนึกภาพตับของเราเป็นโรงงานผลิต “สบู่จากธรรมชาติ” หรือน้ำดี ที่ช่วยย่อยไขมัน คล้ายตอนเราล้างคราบน้ำมันบนมือ ถ้าใช้น้ำเปล่า มันไม่หลุดใช่ไหม? ต้องใช้สบู่ช่วยตีไขมันให้แตกเป็นเม็ดเล็กๆ ตับผลิตน้ำดีตลอด 24 ชม. แต่เราต้องการตอนกินมื้อหนักที่มีไขมันเยอะเท่านั้น ถุงน้ำดีจึงเป็น “ถังเก็บน้ำดี” คอยบีบตัวปล่อยน้ำดีลงลำไส้เล็กตอนที่เรากินของมันๆ

ปกติถุงน้ำดีทำงานเงียบๆ แต่ถ้าส่วนผสมในน้ำดีผิดปกติ เช่น คอเลสเตอรอลสูงหรือน้ำดีข้น จะเกิดการตกตะกอนกลายเป็น “นิ่วถุงน้ำดี” เหมือนก้อนหินอุดตัน ทำให้อักเสบได้

มะเร็งในถุงน้ำดี

มะเร็งในถุงน้ำดี ไม่ได้เกิดขึ้นกะทันหัน มักเริ่มจาก “การระคายเคืองเรื้อรัง” จากนิ่วที่เสียดสีผนังถุงน้ำดีนานๆ จนเซลล์ผิดปกติกลายเป็นมะเร็ง หรือจากติดเชื้อปรสิตอย่างพยาธิใบไม้ตับในคนกินของสุกๆ ดิบๆ พบมากในภาคอีสาน นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆ เช่น อ้วน เบาหวาน โรคตับอักเสบ ทำให้เสี่ยงสูง

สัญญาณเตือนของมะเร็งในถุงน้ำดี ที่ช้ามาก

น่ากลัวตรงที่ระยะแรกแทบไม่มีอาการ หรือมีน้อยจนคิดว่าเป็นโรคกระเพาะ เรื้อนไปจะมีดังนี้

  • ปวดท้องส่วนบนขวา คล้ายท้องอืดหรือนิ่ว
  • คลื่นไส้ อาเจียนหลังกินของมัน
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม (น้ำดีตีบ)
  • น้ำหนักลด hụt เบื่ออาหาร
  • ถ้าลามอาจปวดร้าวหลัง ท้องมาน

ถ้าพบเร็ว ยังรักษาได้ดี แต่ถ้าลุกลามการผ่าตัดยาก

กลุ่มเสี่ยงสูงต่อมะเร็งในถุงน้ำดี

  • ผู้หญิง โดยเฉพาะวัยหมดประจำเดือน
  • อายุเกิน 65 ปี
  • มีนิ่วถุงน้ำดีเรื้อรัง
  • โรคอ้วน โรคเบาหวาน
  • มีประวัติครอบครัว
  • สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเยอะ
  • กินอาหารไขมันสูง น้อยไฟเบอร์

การตรวจวินิจฉัยและรักษามะเร็งในถุงน้ำดี

หัวใจคือ “เจอให้ไว” เริ่มจากอัลตราซาวด์ช่องท้อง ตรวจเลือดดูเม็ดเลือดขาวสูงหรือไม่ จากนั้น CT Scan MRI เพื่อดูระยะ ถ้าระยะต้น ผ่าตัดตัดถุงน้ำดี+เนื้อเยื่อรอบๆ ได้หายขาด แต่ถ้าลามต้องตัดตับบางส่วน+เคมีบำบัด+ยา targeted therapy ผลสำเร็จลดลงตามระยะ โดยรวมอัตรารอดชีวิต 5 ปีต่ำเพราะมักเจอช้า

เคสจา พนม เป็นตัวอย่างที่ดีที่รักษาจนแข็งแรงขึ้น แสดงว่ายังมีหวังถ้าต่อสู้

สรุปคือ มะเร็งในถุงน้ำดีเป็นภัยเงียบจริง สัญญาณช้า กันไว้ดีกว่าแก้ ทุกคนควรตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ลดน้ำหนัก หลีกเลี่ยงของทอด กินผักผลไม้เยอะ สังเกตอาการผิดปกติรีบพบหมอ อย่ารอให้ลุกลามแบบเคสนี้

CTA: แชร์บทความนี้ให้คนใกล้ชิดรู้ ตรวจสุขภาพถุงน้ำดีวันนี้เพื่อสุขภาพพรุ่งนี้!

ที่มา – ‘หมอแล็บ’ ยกเคส ‘จา พนม’ ป่วยมะเร็งในถุงน้ำดี ภัยเงียบที่มีสัญญาณเตือนช้ามาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *