หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ขยายผลกัดไม่ปล่อย ลุยค้นรังพรานมือยิงเลียงผา
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากครับ สำหรับคดีสะเทือนขวัญพรานป่าใจอำมหิตที่ลักลอบล่าเลียงผา สัตว์ป่าสงวนหายากในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ล่าสุด นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้าหลังจากที่คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและขยายผลเป็นวันที่ 3 แล้ว ซึ่งงานนี้บอกเลยว่าทางเจ้าหน้าที่เอาจริง กัดไม่ปล่อย เพื่อเร่งลากตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ครับ
หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ขยายผลกัดไม่ปล่อย ลุยค้นรังพรานมือยิงเลียงผา
จากการปฏิบัติการในครั้งนี้ ทางการได้มุ่งเน้นการตรวจค้นรังของพรานป่าและพื้นที่เป้าหมายที่เกี่ยวข้อง โดยพบหลักฐานสำคัญหลายรายการจากบ้านของ นายจอบุ หนึ่งในผู้ต้องหาหลักที่ใช้ปืนยิงเลียงผา เจ้าหน้าที่พบทั้งซองกระสุนปืนคาร์บิน น้ำมันเลียงผา และลูกกระสุนหลายชนิด ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ถือว่ามัดตัวผู้กระทำผิดได้แน่นหนา การที่ หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ขยายผลกัดไม่ปล่อย ลุยค้นรังพรานมือยิงเลียงผา อย่างต่อเนื่องแบบนี้ ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพิทักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่ามรดกโลกของเราได้เป็นอย่างดีทีเดียว
รายละเอียดการตรวจสอบและบุกรุกพื้นที่ป่า
นอกจากของกลางที่พบแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบแปลงที่ดินซึ่งมีการอ้างสิทธิ์ครอบครองตามมาตรา 64 ของนายจอบุ โดยพบว่ามีการบุกรุกขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกกว่า 2 ไร่ ถือเป็นการทำผิดเงื่อนไขอย่างร้ายแรง ซึ่งทางอุทยานฯ เตรียมดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์การอยู่อาศัยในเขตป่าอนุรักษ์ทันที และนี่ยังไม่รวมถึงแปลงที่ดินของนายทู้ติและนายทองขาวที่เจ้าหน้าที่กำลังทำหนังสือเรียกตัวมาชี้แจงภายใน 30 วัน หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดแน่นอน
การทำงานหนักของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ขยายผลกัดไม่ปล่อย ลุยค้นรังพรานมือยิงเลียงผา ทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นคดีล่าสัตว์ป่าหรือคดีบุกรุกป่า ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าพื้นที่มรดกโลกแห่งนี้มีกฎระเบียบที่เคร่งครัดและไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ครับ
- การขยายผลตรวจสอบอย่างต่อเนื่องช่วยให้พบหลักฐานชิ้นสำคัญ
- คดีบุกรุกป่าเดิมพันด้วยสิทธิ์การอยู่อาศัยของผู้กระทำผิด
- ความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมีความสำคัญในการกวาดล้างพรานป่า
ความพยายามของ นายมงคล ไชยภักดี และทีมงาน ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าหน่วยงานรัฐเอาจริงเอาจังกับการจัดการปัญหาการบุกรุกและล่าสัตว์ป่า เพื่อป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้กลับมาสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานของเราได้อีก ผู้ที่รักธรรมชาติทุกคนคงเห็นพ้องต้องกันว่า การลงโทษขั้นเด็ดขาดคือทางออกเดียวที่จะช่วยรักษาป่าผืนนี้ไว้ให้คนรุ่นหลังต่อไปครับ หากใครมีเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มพรานป่า อย่าลืมแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับสังคมกันนะครับ
ที่มา – หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ขยายผลกัดไม่ปล่อย ลุยค้นรังพรานมือยิงเลียงผา วันที่ 3 เร่งลากคอมารับโทษ






