หัวเว่ย คลาวด์ เร่งภาครัฐไทยสู่ยุค AI-Native
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลต่อรูปแบบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐทั่วโลก ประเทศไทยเองก็มีโอกาสใช้ AI เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชน ลดขั้นตอนงานเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล โดย หัวเว่ย คลาวด์ เร่งภาครัฐไทยสู่ยุค AI-Native ผ่านการนำเสนอโครงสร้างพื้นฐาน แพลตฟอร์ม และความร่วมมือที่ช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ เริ่มต้นใช้งาน AI ได้อย่างมั่นใจและเป็นรูปธรรม
นายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าฝ่ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี หรือ CTO ของหัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า AI กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ให้เกิดผลลัพธ์จริงไม่ได้อาศัยเพียงซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย แต่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่น่าเชื่อถือ ระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล การกำกับดูแล AI ที่เหมาะสม และบุคลากรที่มีทักษะเพียงพอ
หัวเว่ย คลาวด์ เร่งภาครัฐไทยสู่ยุค AI-Native
แนวคิด AI-Native หมายถึงการออกแบบกระบวนการทำงานและบริการโดยมี AI เป็นส่วนหนึ่งตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่เพียงการนำ AI มาเสริมระบบเดิมในภายหลัง หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้แนวคิดนี้เพื่อพัฒนาบริการที่เข้าใจความต้องการของประชาชนมากขึ้น ตอบคำถามได้รวดเร็ว และช่วยให้เจ้าหน้าที่มีเวลาไปดูแลงานที่ต้องใช้วิจารณญาณหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
4 องค์ประกอบของอธิปไตยด้าน AI
หัวเว่ย คลาวด์ ให้ความสำคัญกับอธิปไตยด้าน AI ซึ่งช่วยให้หน่วยงานรัฐสามารถควบคุมข้อมูล ทรัพยากร และแนวทางการใช้งาน AI ของตนเองได้อย่างเหมาะสม แนวคิดดังกล่าวประกอบด้วย 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
- ข้อมูล: การจัดเก็บ จัดการ และใช้ข้อมูลภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- การประมวลผล AI: โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับงานประมวลผลได้ทั้งแบบใช้ร่วมกันและแบบเฉพาะองค์กร
- โมเดล AI: การเลือกใช้หรือพัฒนาโมเดลให้เหมาะกับภาษาไทย ภารกิจ และบริบทของแต่ละหน่วยงาน
- บุคลากร ICT และ AI: การพัฒนาความรู้ของเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถดูแลระบบได้ในระยะยาว
องค์ประกอบทั้งสี่ทำงานเชื่อมโยงกัน หากมีเทคโนโลยีที่ดีแต่ขาดการกำกับดูแล ข้อมูลที่มีคุณภาพ หรือบุคลากรที่เข้าใจระบบ การนำ AI ไปใช้ก็อาจไม่สามารถสร้างประโยชน์ได้เต็มที่ ดังนั้น หน่วยงานรัฐควรวางแผนทั้งด้านเทคโนโลยี คน และกระบวนการไปพร้อมกัน
โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย
หัวเว่ย คลาวด์นำเสนอตัวเลือกโครงสร้างพื้นฐาน AI ภายในประเทศที่มีความยืดหยุ่น หน่วยงานสามารถเลือกใช้ทรัพยากรประมวลผลแบบใช้ร่วมกัน หรือเลือกโครงสร้างพื้นฐานแบบเฉพาะสำหรับภารกิจที่ต้องการการควบคุมและความปลอดภัยในระดับสูง การเลือกใช้แต่ละรูปแบบควรพิจารณาจากลักษณะข้อมูล ปริมาณงาน ระดับความสำคัญของบริการ ความเร็วในการประมวลผล และงบประมาณที่มีอยู่
นอกจากนี้ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยควรครอบคลุมตลอดวงจรการทำงาน ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูล การฝึกโมเดล การเรียกใช้งาน การตรวจสอบสิทธิ์ ไปจนถึงการติดตามผลลัพธ์ของ AI หน่วยงานยังควรมีแนวทางตรวจสอบความถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากข้อมูลรั่วไหล และกำหนดผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อให้การใช้ AI เกิดขึ้นอย่างมีความรับผิดชอบ
ตัวอย่างการใช้ AI ยกระดับบริการภาครัฐ
การประยุกต์ใช้ AI ในภาครัฐสามารถเริ่มจากโครงการที่เห็นผลได้ชัดและตอบโจทย์ประชาชนโดยตรง ตัวอย่างเช่น แชตบอต AI ที่ช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับสิทธิ สวัสดิการ และขั้นตอนการติดต่อราชการ ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยจัดการเอกสารและงานอนุมัติ รวมถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นแนวโน้มและตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น
- แชตบอต AI ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา
- ระบบ E-Office ลดการใช้เอกสารและลดขั้นตอนงานธุรการ
- การวิเคราะห์ข้อมูลช่วยค้นหารูปแบบและแนวโน้มที่ซ่อนอยู่
- ระบบอัตโนมัติช่วยลดภาระงานซ้ำ ๆ ของเจ้าหน้าที่
- แพลตฟอร์ม AI ช่วยให้หน่วยงานพัฒนาและบริหารแอปพลิเคชันได้เป็นระบบ
หัวเว่ย คลาวด์ยังนำเสนอพัฒนาการจาก Generative AI ไปสู่ Agentic AI ซึ่งทำให้ระบบสามารถวางแผน ดำเนินงาน และประสานขั้นตอนต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติมากขึ้น แพลตฟอร์มอย่าง AgentArts และ CodeArts ช่วยสนับสนุนการพัฒนา ติดตั้ง และบริหารจัดการแอปพลิเคชัน AI ในวงกว้าง โดยยังคำนึงถึงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการกำกับดูแล
สร้างคนและระบบนิเวศให้พร้อมเติบโต
เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างยั่งยืน หน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศ สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ AI ตั้งแต่พื้นฐาน การใช้งาน ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยง
ความร่วมมือยังช่วยให้หน่วยงานสามารถย้ายระบบขึ้นคลาวด์ ออกแบบโครงการนำร่อง และขยายผลไปสู่การใช้งานจริงได้เร็วขึ้น การเริ่มต้นจากปัญหาที่ชัดเจน เช่น การลดเวลารอรับบริการหรือการค้นหาเอกสาร จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์และนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงโครงการในระยะต่อไป
ท้ายที่สุด หัวเว่ย คลาวด์ เร่งภาครัฐไทยสู่ยุค AI-Native ด้วยแนวทางที่ผสานโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย โมเดล AI และการพัฒนาบุคลากรเข้าด้วยกัน มุมมองที่สำคัญคือหน่วยงานไม่จำเป็นต้องเลือกเทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุด แต่ควรเลือกโซลูชันที่เหมาะกับภารกิจ ใช้งานได้จริง วัดผลได้ และสร้างประโยชน์ให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากเริ่มต้นอย่างเป็นระบบ AI จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างบริการภาครัฐที่รวดเร็ว โปร่งใส และตอบโจทย์สังคมไทยได้มากขึ้น
ที่มา – “หัวเว่ย คลาวด์” เร่งขับเคลื่อนภาครัฐไทยสู่ยุค AI-Native