หาดทิพย์ยกระดับรีไซเคิล PET สู่ระบบจัดหา rPET
การจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ต้องใช้ขวดพลาสติกจำนวนมาก บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC จึงเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อพัฒนาระบบรีไซเคิลขวด PET ให้เป็นรูปธรรมและรองรับการผลิตในระยะยาว ภายใต้แนวคิด หาดทิพย์ยกระดับรีไซเคิล PET สู่ระบบจัดหา rPET ซึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่การเก็บรวบรวมขวดใช้แล้ว การคัดแยก การแปรรูป ไปจนถึงการนำกลับมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่
หาดทิพย์ยกระดับรีไซเคิล PET สู่ระบบจัดหา rPET
หาดทิพย์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้ยกระดับโครงการ “พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้” จากโครงการนำร่องไปสู่กระบวนการจัดหาเม็ดพลาสติกรีไซเคิล หรือ rPET อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นร่วมกับบริษัท อ๊อกซิเทค จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการรวบรวมวัสดุใช้แล้ว และบริษัท รอยซ์ ยูนิเวอร์แซล จำกัด ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล
เป้าหมายหลักคือการสร้างระบบจัดหาวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด PET โดยโครงการนำร่องซึ่งเริ่มต้นในปี 2568 สิ้นสุดลงในไตรมาส 2 ของปี 2569 และสามารถนำขวด PET ใช้แล้วจากพื้นที่ภาคใต้กลับมาแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติก rPET ได้ประมาณ 100 ตันตามเป้าหมาย
หาดทิพย์ยกระดับรีไซเคิล PET สู่ระบบจัดหา rPET อย่างไร
เดิมทีอ๊อกซิเทคจะรับซื้อขวด PET จากผู้เก็บรวบรวมและผู้รับซื้อในภาคใต้ จากนั้นนำขวดไปคัดแยก ล้างทำความสะอาด และบดเป็นเกล็ดพลาสติก หรือ flake ตามข้อกำหนดของหาดทิพย์ เมื่อได้เกล็ดพลาสติกแล้ว หาดทิพย์จะขนส่งไปยังโรงงานของรอยซ์ ยูนิเวอร์แซล จังหวัดนครปฐม เพื่อผลิตเป็นเม็ดพลาสติก rPET ก่อนขนส่งกลับมายังโรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำหรับผลิตขวดเครื่องดื่มใหม่
ภายใต้รูปแบบความร่วมมือใหม่ หาดทิพย์สามารถส่งคำสั่งซื้อเม็ดพลาสติก rPET ไปยังรอยซ์ ยูนิเวอร์แซลโดยตรง ขณะที่รอยซ์ ยูนิเวอร์แซลจะประสานงานกับอ๊อกซิเทคเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม วัตถุดิบอาจอยู่ในรูปเกล็ดพลาสติกหรือขวด PET ที่อัดเป็นก้อน หรือ Bale แล้วก็ได้ โดยอ๊อกซิเทคจะรับผิดชอบการขนส่งวัตถุดิบไปยังโรงงานผลิตเอง เมื่อผลิตเป็นเม็ดพลาสติก rPET เสร็จ หาดทิพย์จะรับสินค้าและขนส่งกลับไปยังโรงงานพุนพินเช่นเดิม
- ลดขั้นตอนการประสานงานระหว่างคู่ค้าในห่วงโซ่รีไซเคิล
- เพิ่มปริมาณการผลิตเม็ดพลาสติก rPET ต่อคำสั่งซื้อ
- สร้างความต่อเนื่องในการจัดหาวัตถุดิบรีไซเคิล
- เชื่อมโยงผู้เก็บรวบรวมกับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อย่างเป็นระบบ
การปรับระบบดังกล่าวช่วยให้การทำงานคล่องตัวขึ้น และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายวางแผนการผลิตได้แม่นยำกว่าเดิม ระหว่างการหารือเพื่อพัฒนาความร่วมมือ หาดทิพย์ได้สั่งซื้อเม็ดพลาสติก rPET จากรอยซ์ ยูนิเวอร์แซลแล้วจำนวน 1,000 ตัน สะท้อนให้เห็นว่าการรีไซเคิลไม่ได้เป็นเพียงโครงการทดลองด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังพัฒนาไปสู่กระบวนการทางธุรกิจที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของวัตถุดิบ
รับมือความผันผวนของตลาด PET ด้วย rPET
พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาด PET ในช่วงไตรมาส 2 มีความผันผวนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติก PET ผลิตใหม่ หรือ virgin PET ปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเรื่องความต่อเนื่องในการจัดหาวัตถุดิบ
หาดทิพย์จึงหารือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มการใช้ rPET ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีราคาที่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับ virgin PET อีกทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัท การใช้ rPET จึงเป็นทั้งทางเลือกในการบริหารต้นทุนและแนวทางลดการใช้ทรัพยากรใหม่ในกระบวนการผลิต
นอกจากการจัดหาวัตถุดิบแล้ว หาดทิพย์ยังมีแผนร่วมมือกับอ๊อกซิเทคเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายผู้เก็บรวบรวมวัสดุรีไซเคิลในภาคใต้ เครือข่ายเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการนำขวดและบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคเข้าสู่ระบบรีไซเคิล หากสามารถพัฒนาระบบเก็บกลับให้ครอบคลุมมากขึ้น ก็จะช่วยลดปริมาณขวดที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม และเพิ่มปริมาณวัตถุดิบที่มีคุณภาพเข้าสู่โรงงานรีไซเคิล
ขยายเครือข่ายเก็บกลับตามแนวคิด EPR
ดร.เศกสันต์ อุดมศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อ๊อกซิเทค จำกัด มองว่า ความร่วมมือครั้งนี้เพิ่มโอกาสให้ขวด PET ถูกจัดเก็บเข้าสู่ระบบรีไซเคิลมากขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงที่ขวดจะกลายเป็นขยะในธรรมชาติ การพัฒนาเครือข่ายผู้เก็บรวบรวมในภาคใต้ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ตามแนวคิดความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต หรือ Extended Producer Responsibility (EPR)
แนวคิด EPR กำลังได้รับความสนใจในหลายประเทศ เพราะช่วยให้ผู้ผลิตมีส่วนรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการบริโภค สำหรับประเทศไทย รัฐบาลกำลังพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การสร้างเครือข่ายเก็บกลับตั้งแต่วันนี้จึงช่วยให้ภาคธุรกิจเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ด้านธัชวัช เตชะมงคลจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รอยซ์ ยูนิเวอร์แซล จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาจากโครงการนำร่องไปสู่กระบวนการทางธุรกิจเต็มรูปแบบ ทำให้การรีไซเคิลขวด PET แบบขวดสู่ขวด หรือ bottle-to-bottle recycling สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้บริโภค ผู้เก็บรวบรวม ผู้คัดแยก ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก และผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์
เป้าหมายบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลในอนาคต
ความร่วมมือของหาดทิพย์และพันธมิตรสอดคล้องกับเป้าหมายด้านบรรจุภัณฑ์ของเดอะ โคคา-โคล่า คัมปะนี ซึ่งมุ่งใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์หลัก ได้แก่ พลาสติก แก้ว และอะลูมิเนียม ในสัดส่วน 35-40% พร้อมสนับสนุนการเก็บรวบรวมขวดและกระป๋องให้ได้ 70-75% ของปริมาณที่นำออกสู่ตลาดภายในปี 2578
โครงการนี้จึงมีความสำคัญมากกว่าการผลิตเม็ดพลาสติก rPET เพราะเป็นกลไกที่เชื่อมโยงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการบริหารต้นทุนและความมั่นคงของวัตถุดิบในระยะยาว หากทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคก็จะมีส่วนช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น เพียงคัดแยกขวด PET และส่งต่อให้เข้าสู่ระบบเก็บรวบรวมอย่างถูกต้อง
โดยสรุป หาดทิพย์ยกระดับรีไซเคิล PET สู่ระบบจัดหา rPET แสดงให้เห็นว่าความยั่งยืนสามารถเดินไปพร้อมกับการบริหารธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม การลงทุนในเครือข่ายเก็บกลับและระบบจัดหาที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดขยะ เพิ่มคุณค่าของวัสดุใช้แล้ว และสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในอนาคต ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการแยกขวด PET ก่อนทิ้ง เพราะขวดหนึ่งใบอาจกลายเป็นวัตถุดิบสำหรับขวดใหม่ได้อีกครั้ง
ที่มา – หาดทิพย์จับมือพันธมิตร ยกระดับรีไซเคิล PET สู่ระบบจัดหา rPET