‘องคมนตรี’ ปัจฉิมนิเทศ มอบวุฒิบัตร ‘พระธรรมจาริก’ ทุนเล่าเรียนหลวง รุ่นที่ 5
ในวันที่ 3 ธันวาคม พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีปัจฉิมนิเทศและมอบวุฒิบัตรให้กับพระสงฆ์ผู้ผ่านการอบรมในโครงการอบรมพระธรรมจาริกทุนเล่าเรียนหลวง รุ่นที่ 5 ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 73 รูป ณ อาศรมพระธรรมจาริกบ้านแม่ระเมิง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก พิธีในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากพระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม (มส.) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมด้วยพระธรรมวชิราธิบดี เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ประธานคณะพระธรรมจาริก และข้าราชการ พุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
‘องคมนตรี’ ปัจฉิมนิเทศ มอบวุฒิบัตร ‘พระธรรมจาริก’ ทุนเล่าเรียนหลวง รุ่นที่ 5
ภายในพิธีนอกจากการมอบวุฒิบัตรแล้ว พระพรหมเสนาบดีและพระธรรมวชิราธิบดียังได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 1,000 ชุดให้กับทางอาศรมพระธรรมจาริกบ้านแม่ระเมิง จังหวัดตาก เพื่อใช้ในการช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารอีกด้วย
พลเอกเฉลิมชัย กล่าวให้โอวาทในพิธีว่า บทบาทของพระธรรมจาริกในปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงการเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ยังเป็นเสาหลักสำคัญในการสร้างความมั่นคงและความสมานฉันท์ให้กับพื้นที่ชายแดน ซึ่งการที่พระธรรมจาริกได้สำเร็จการอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นภารกิจครั้งสำคัญในการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล ตามพุทธโอวาทที่ว่า “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย เธอทั้งหลายจงจาริกไป เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชน”
ความสำคัญของโครงการอบรมพระธรรมจาริก
โครงการอบรมพระธรรมจาริกทุนเล่าเรียนหลวง รุ่นที่ 5 นี้ จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างโครงการพระธรรมจาริกและโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย มีวัตถุประสงค์หลักในการอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาศักยภาพของพระธรรมจาริกให้กลายเป็นพระนักพัฒนาที่มีความรู้ทั้งด้านพุทธธรรมและทักษะสมัยใหม่ เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
การอบรมในครั้งนี้ใช้เวลาทั้งสิ้น 17 วัน ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม โดยแบ่งหลักสูตรการอบรมออกเป็น 3 ภาคสำคัญ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งด้านปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ ได้แก่
- ภาคทฤษฎี – เน้นการรับนโยบายและเติมเต็มองค์ความรู้ด้านพุทธธรรมกับการพัฒนา สังคมยุคดิจิทัล และการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม
- ภาคปฏิบัติกรรมฐาน – ที่จังหวัดนครราชสีมา เน้นการเจริญวิปัสสนากรรมฐานเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ เตรียมความพร้อมรับมือกับความยากลำบากในการปฏิบัติงาน
- ภาคสนาม – เดินธุดงค์สาย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ โดยพระสงฆ์ทั้ง 73 รูป ได้แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ออกเดินธุดงค์จาริกธรรมเข้าไปยังหมู่บ้านชาวเขาในถิ่นทุรกันดาร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ตลอดระยะเวลากว่าสองสัปดาห์ที่พระธรรมจาริกได้ออกปฏิบัติงานภาคสนาม ได้มีการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามกรอบที่กำหนดไว้อย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการนำชาวบ้านทำวัตรสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา การจัดพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ การเยี่ยมให้กำลังใจและสำรวจข้อมูลชุมชนเพื่อนำมาวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงการบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมวงศานุวงศ์
การจัดพิธีในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการปิดโครงการอบรมอย่างเป็นทางการ แต่ยังถือเป็นการส่งต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ให้กับพระธรรมจาริกทุกรูป ให้นำความรู้ ความเข้าใจ และความมุ่งมั่นที่ได้รับจากการอบรมไปปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง เพื่อเป็นแสงสว่างทางธรรมและเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้มีความสงบสุข มั่นคง และยั่งยืนต่อไป
ที่มา – ‘องคมนตรี’ ปัจฉิมนิเทศ มอบวุฒิบัตร ‘พระธรรมจาริก’ ทุนเล่าเรียนหลวง รุ่นที่ 5