องค์กรครูเรียกร้องยุติสรรหาเลขาธิการคุรุสภา
ประเด็นการบริหารงานของคุรุสภากำลังได้รับความสนใจจากแวดวงการศึกษา หลังองค์กรครูหลายแห่งร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการคุรุสภา พิจารณายกเลิกและยุติกระบวนการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาที่กำลังดำเนินอยู่
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ อาคารหอพักสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีตัวแทนจากสหพันธ์องค์กรครูอีสาน สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย ชมรมเครือข่ายจาก 4 ภูมิภาค ชมรมคนรักษ์คุรุสภา ชมรมครูผู้กล้าแห่งประเทศไทย และสภาครูแห่งประเทศไทยเข้าร่วม
องค์กรครูเรียกร้องยุติสรรหาเลขาธิการคุรุสภา
ดร.องค์กร อมรสิรินันท์ ประธานสหพันธ์องค์กรครูอีสานและอดีตเลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า กลุ่มองค์กรครูติดตามสถานการณ์การบริหารงานและการขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภามาอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นความสำคัญของการทำให้กระบวนการบริหารมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับกฎหมายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง
องค์กรครูระบุว่าได้รับทราบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่อาจพิจารณายกเลิกกระบวนการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาในช่วงเวลานี้ พร้อมแสดงความสนับสนุนแนวทางดังกล่าว เพราะเห็นว่าการชะลอกระบวนการจะช่วยลดความเสี่ยงจากการแต่งตั้งบุคคลที่อาจไม่สอดคล้องกับโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายฉบับใหม่
เหตุผลที่องค์กรครูเรียกร้องยุติสรรหาเลขาธิการคุรุสภา
ข้อเสนอสำคัญของกลุ่มองค์กรครูคือ ขอให้ยุติการประกาศสรรหาเลขาธิการคุรุสภาไว้ก่อน จนกว่าพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาฉบับใหม่จะผ่านกระบวนการพิจารณาและมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อให้โครงสร้างการบริหารและกระบวนการได้มาซึ่งผู้บริหารสอดคล้องกับกฎหมายใหม่อย่างรอบคอบ
หากมีการเดินหน้าสรรหาก่อนกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ อาจทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเหมาะสมของขั้นตอน รวมถึงอาจต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการอีกครั้งในภายหลัง กลุ่มองค์กรครูจึงเห็นว่าการรอให้กฎหมายมีความชัดเจนก่อน จะเป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
- ยุติหรือชะลอการสรรหาเลขาธิการคุรุสภาไว้ก่อน
- รอให้กฎหมายเกี่ยวกับสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาฉบับใหม่มีผลบังคับใช้
- ออกแบบกระบวนการสรรหาให้สอดคล้องกับโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
- เปิดเผยข้อมูลและขั้นตอนการตรวจสอบอย่างโปร่งใส
เสนอชื่อนิยม ไผ่โสภา ทำหน้าที่ช่วงเปลี่ยนผ่าน
นอกจากข้อเรียกร้องเรื่องการสรรหาแล้ว กลุ่มองค์กรครูยังแสดงความสนับสนุนให้นายนิยม ไผ่โสภา ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภาในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยให้เหตุผลว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ในระบบการศึกษา เข้าใจการทำงานของภาครัฐ และเป็นสมาชิกผู้ประกอบวิชาชีพครู
องค์กรครูมองว่าความเป็นกลาง ประสบการณ์ และหลักธรรมาภิบาลของนายนิยม จะช่วยให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาสามารถเดินหน้าภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังสามารถสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีผู้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านยังช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับสุญญากาศทางการบริหาร และทำให้งานบริการครูยังเดินหน้าได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งหรือมอบหมายผู้ปฏิบัติหน้าที่ควรดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงควรมีการสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจบทบาท ขอบเขตอำนาจ และระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง
เรียกร้องเร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างเป็นธรรม
อีกประเด็นที่กลุ่มองค์กรครูให้ความสำคัญ คือการขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเร่งรัดการตรวจสอบข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่องค์กรครูเคยยื่นไว้ โดยต้องการให้ผลการตรวจสอบปรากฏอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ หลังจากเห็นว่ากระบวนการที่ผ่านมาใช้เวลานานพอสมควร
ในแถลงการณ์มีการกล่าวถึงข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับความชอบด้วยกฎหมายของอดีตเลขาธิการคุรุสภาในหลายกรณี โดยองค์กรครูยืนยันว่าต้องการเห็นการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การดำเนินการอย่างเป็นระบบจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานและลดความขัดแย้งในแวดวงการศึกษา
หลักสำคัญของการตรวจสอบควรประกอบด้วยการรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย การพิจารณาหลักฐานอย่างรอบด้าน การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และการประกาศผลด้วยภาษาที่ประชาชนเข้าใจได้ หากมีข้อจำกัดด้านกฎหมายหรือขั้นตอน ก็ควรชี้แจงกรอบเวลาให้ผู้ร้องเรียนและสาธารณชนรับทราบ
ผลต่อทิศทางการบริหารคุรุสภา
ข้อเรียกร้องขององค์กรครูครั้งนี้สะท้อนความคาดหวังต่อการบริหารคุรุสภาในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะการสร้างระบบที่ยึดหลักธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบ และให้ความสำคัญกับเสียงของผู้ประกอบวิชาชีพครู การตัดสินใจของคณะกรรมการคุรุสภาจึงอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ
ในมุมของผู้ติดตามข่าวการศึกษา ประเด็นนี้ควรพิจารณาจากข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งข้อกฎหมาย ขั้นตอนการสรรหา เหตุผลของฝ่ายผู้เรียกร้อง และแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ การยุติหรือชะลอกระบวนการไม่ควรถูกมองว่าเป็นการหยุดงาน แต่ควรเป็นโอกาสในการทบทวนระบบให้ชัดเจนและเหมาะสมกับบริบทใหม่
หลังการแถลงข่าว ดร.องค์กรระบุว่าจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้ยกเลิกและยุติการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา ขั้นตอนต่อจากนี้จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงศึกษาธิการและคณะกรรมการคุรุสภา รวมถึงผลการพิจารณากฎหมายฉบับใหม่
มุมมองสำคัญ: การบริหารคุรุสภาควรตั้งอยู่บนความโปร่งใส รับฟังผู้ประกอบวิชาชีพ และยึดประโยชน์ของครูและการศึกษาเป็นศูนย์กลาง หากทุกฝ่ายร่วมกันเปิดเผยข้อมูลและเคารพกระบวนการตามกฎหมาย ก็จะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้นำไปสู่ระบบที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ที่มา – องค์กรครูร่วมเรียกร้อง “ประเสริฐ” ยกเลิก-ยุติสรรหาเลขาธิการคุรุสภา