‘อดีตนายกฯอิ๊งค์’สุดทน ฟ้องชาวเน็ต กล่าวหามีมติ ครม.เอื้อยิวได้สัญชาติไทย
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อล่าสุดมีกรณีที่ ‘อดีตนายกฯอิ๊งค์’สุดทน ฟ้องชาวเน็ต กล่าวหามีมติ ครม.เอื้อยิวได้สัญชาติไทย ซึ่งถือเป็นการดำเนินคดีเพื่อรักษาสิทธิและชื่อเสียงจากการถูกใส่ร้ายด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ
‘อดีตนายกฯอิ๊งค์’สุดทน ฟ้องชาวเน็ต กล่าวหามีมติ ครม.เอื้อยิวได้สัญชาติไทย
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งโพสต์ข้อความกล่าวหาว่า มติคณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเอื้อผลประโยชน์ให้ชาวอิสราเอลได้รับสัญชาติไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งทางทีมกฎหมายได้รีบเข้าดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีทันที เนื่องจากมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างร้ายแรง
ทำไมเรื่อง ‘อดีตนายกฯอิ๊งค์’สุดทน ฟ้องชาวเน็ต กล่าวหามีมติ ครม.เอื้อยิวได้สัญชาติไทย ถึงกลายเป็นประเด็นสำคัญ?
ทางโฆษกพรรคเพื่อไทยได้ออกมาแถลงชี้แจงอย่างชัดเจนว่า มติ ครม. ดังกล่าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติกลุ่มนั้นเลย แต่เป็นนโยบายที่ทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งนโยบายนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลจาก UNHCR อีกด้วย
ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว มีดังนี้:
- เป็นการช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในประเทศไทยมาแต่อดีต
- เน้นกลุ่มลูกหลานที่เกิดในไทยและใช้ภาษาไทยเป็นหลัก
- ช่วยป้องกันการทุจริตและการเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหน้าที่
- ได้รับการชื่นชมว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหามนุษยธรรม
การนำข้อมูลเท็จมาเชื่อมโยงเพื่อโจมตีทางการเมืองไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายแก่ตัวบุคคล แต่ยังเป็นการดูถูกกลุ่มชาติพันธุ์ที่พยายามต่อสู้เพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง การตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในยุคปัจจุบัน
สุดท้ายนี้ การใช้กฎหมายดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมเป็นเพียงมาตรการหนึ่งในการปกป้องสิทธิส่วนบุคคล แต่อย่างไรก็ตาม พลังโซเชียลมีเดียควรถูกใช้ไปในทางที่สร้างสรรค์และการร่วมมือกันตรวจสอบข่าวปลอมคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับสังคมไทยในปัจจุบันครับ
ที่มา – ‘อดีตนายกฯอิ๊งค์’สุดทน ฟ้องชาวเน็ต กล่าวหามีมติ ครม.เอื้อยิวได้สัญชาติไทย