อดีตสะใภ้คลั่งยิงแม่ผัวดับ ปมทวงค่าทุเรียน

เหตุการณ์ อดีตสะใภ้คลั่งยิงแม่ผัวดับ กลายเป็นคดีสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังมีเหตุยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย โดยต้นเหตุเบื้องต้นเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในครอบครัว เรื่องเงินค่าทุเรียน และความไม่พอใจจากการถูกเยาะเย้ย เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งที่สะสมเป็นเวลานาน หากไม่มีการพูดคุยหรือหาทางออกอย่างเหมาะสม อาจบานปลายจนเกิดความสูญเสียรุนแรงได้

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. พ.ต.อ.วรวิทย์ เจริญศุภผล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านนาสาร พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 8 เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังได้รับแจ้งเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐาน รวมทั้งตรวจสอบวิถีกระสุนและรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี

อดีตสะใภ้คลั่งยิงแม่ผัวดับ ปมทวงเงินค่าทุเรียน

บริเวณลานหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่พบร่างนางจารีย์ อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นเข้าบริเวณลำตัวจำนวน 1 นัด และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจเข้าดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมประสานแพทย์และญาติเพื่อยืนยันรายละเอียดของผู้เสียชีวิต เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจให้แก่คนในชุมชน เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสูงวัยและเหตุเกิดขึ้นในบริเวณบ้านพักของตนเอง

ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายคือ นายวชิรวิทย์ อายุ 35 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต ถูกยิงบริเวณหน้าท้องและขาทั้งสองข้าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณลานรับซื้อปาล์มน้ำมัน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เพื่อให้แพทย์รักษาและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด ขณะนี้รายละเอียดเกี่ยวกับอาการยังต้องรอการยืนยันจากโรงพยาบาลและครอบครัว

อดีตสะใภ้คลั่งยิงแม่ผัวดับ หลังมีปากเสียงเรื่องเงิน

ผู้ก่อเหตุคือ น.ส.แป้น อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นอดีตลูกสะใภ้ของครอบครัวผู้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุได้ขับรถกระบะออกจากพื้นที่เพื่อหลบหนี ต่อมาตำรวจสถานีตำรวจภูธรคีรีรัฐนิคมสามารถสกัดจับตัวได้ในพื้นที่ตำบลถ้ำสิงขร อำเภอคีรีรัฐนิคม พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 และปลอกกระสุนจำนวน 9 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาและนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้เลิกรากับอดีตสามีประมาณ 2 เดือน ก่อนเกิดเหตุเดินทางมายังบ้านของอดีตครอบครัว เพื่อจัดการเรื่องสัญญาเช่าสวนทุเรียนและขนย้ายสิ่งของ ระหว่างกำลังทำธุระ อดีตสามีขับรถผ่านและมีท่าทีเหมือนเยาะเย้ย ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความไม่พอใจและอารมณ์ร้อน จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ แต่อดีตสามีสามารถหลบหนีไปได้และไม่ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ช่วงแรก

หลังจากนั้น ผู้ต้องหาเดินทางไปยังบริเวณลานรับซื้อปาล์มน้ำมัน และใช้อาวุธปืนยิงนายวชิรวิทย์ ซึ่งเป็นน้องชายของอดีตสามีจำนวน 2 นัด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นจึงย้อนกลับมาที่บ้านเพื่อทวงเงินค่าทุเรียนจำนวน 10,000 บาท โดยอ้างว่าเงินดังกล่าวเป็นจำนวนเงินที่เกี่ยวข้องกับทุเรียนซึ่งถูกขโมยไป อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดคุยกับแม่ของอดีตสามีแล้วไม่ได้รับเงินและเกิดการปฏิเสธ จึงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงนางจารีย์จนเสียชีวิต

  • ผู้เสียชีวิต: นางจารีย์ อายุ 72 ปี ถูกยิงบริเวณลำตัวและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
  • ผู้บาดเจ็บ: นายวชิรวิทย์ อายุ 35 ปี ถูกยิงบริเวณหน้าท้องและขาทั้งสองข้าง
  • ผู้ต้องหา: น.ส.แป้น อายุ 43 ปี อดีตลูกสะใภ้ของผู้เสียชีวิต
  • ของกลาง: อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 และปลอกกระสุน 9 ปลอก
  • ประเด็นสำคัญ: ความขัดแย้งเรื่องสัญญาเช่าสวนทุเรียน เงินค่าทุเรียน และการถูกกล่าวว่าเยาะเย้ย

คดีนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านนาสาร เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ตรวจสอบพยานหลักฐาน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและรายละเอียดทางคดีจะต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม ผู้ต้องหายังคงมีสิทธิได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย

เหตุ อดีตสะใภ้คลั่งยิงแม่ผัวดับ เป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการจัดการความโกรธและความขัดแย้งในครอบครัว เมื่อมีปัญหาเรื่องเงิน ทรัพย์สิน หรือความสัมพันธ์ ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าในช่วงที่อารมณ์รุนแรง และเลือกใช้คนกลาง ผู้นำชุมชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยไกล่เกลี่ย หากมีอาวุธอยู่ในครอบครอง ควรแยกตัวออกจากสถานการณ์ทันทีและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้คำพูดหรือความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่อาจแก้ไขได้

สังคมควรติดตามคดีนี้อย่างระมัดระวัง โดยยึดข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ไม่เผยแพร่ภาพหรือข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายเกินความจำเป็น และไม่ตัดสินบุคคลใดก่อนกระบวนการยุติธรรมจะสิ้นสุด หากใครกำลังเผชิญความเครียดหรือความขัดแย้งรุนแรง ควรรีบพูดคุยกับคนใกล้ชิดหรือขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะการหยุดเหตุเพียงไม่กี่นาทีอาจช่วยรักษาชีวิตของทุกคนได้

ที่มา – อดีตสะใภ้คลั่ง! ซัลโวแม่ผัวดับ-น้องสามีสาหัส ปมทวงเงินค่าทุเรียน ฉุนถูกเยาะเย้ย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *