อธิการบดี มศว ต้อนรับนายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน หารือจับมือมหาวิทยาลัยจีน เดินหน้าแลกเปลี่ยนนักศึกษา
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีในแวดวงการศึกษามาฝากกันครับ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือที่พวกเราคุ้นเคยกันดีในชื่อ มศว ได้มีกิจกรรมสำคัญเกิดขึ้น เมื่อ ศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดี มศว ได้ให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน อย่างเป็นทางการครับ
อธิการบดี มศว ต้อนรับนายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน หารือจับมือมหาวิทยาลัยจีน เดินหน้าแลกเปลี่ยนนักศึกษา
การพบปะกันในครั้งนี้ ถือเป็นการหารือที่น่าสนใจมากครับ เพราะเป็นการรวมพลังระหว่างสถาบันการศึกษาชั้นนำกับองค์กรสื่อมวลชนเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับนิสิต โดยหัวใจสำคัญของการหารือคือการที่ อธิการบดี มศว ต้อนรับนายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน หารือจับมือมหาวิทยาลัยจีน เดินหน้าแลกเปลี่ยนนักศึกษา เพื่อขยายขอบเขตทางการศึกษาให้กว้างไกลไปถึงระดับนานาชาติ
เป้าหมายความร่วมมือสู่มหาวิทยาลัยจี้หนาน
สำหรับประเด็นหลักที่ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน คือการประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจี้หนาน (Jinan University) เมืองกวางโจว ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและมีความโดดเด่นในหลายด้านครับ โดยทั้งสองฝ่ายมองเห็นตรงกันว่า การที่ อธิการบดี มศว ต้อนรับนายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน หารือจับมือมหาวิทยาลัยจีน เดินหน้าแลกเปลี่ยนนักศึกษา จะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้เกิดโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
- สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาไทย-จีนที่เข้มแข็ง
- เปิดโอกาสให้นิสิตได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ในต่างแดน
- แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรและสื่อมวลชน
- ส่งเสริมมิติด้านภาษาและวัฒนธรรมให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
ทางสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ยังได้แสดงความพร้อมเต็มที่ในการสนับสนุนโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสององค์กรครับ ไม่ว่าจะเป็นด้านการข่าว หรือกิจกรรมเสริมทักษะต่างๆ ที่จะทำให้นิสิตของ มศว ได้รับโอกาสที่มากกว่าในห้องเรียน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับน้องๆ นิสิตที่กำลังมองหาโอกาสในการพัฒนาตนเองในเวทีระดับโลกครับ
ส่วนตัวผมมองว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของสถาบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสะพานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นผ่านทางวิชาการและสื่อมวลชนครับ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีโครงการดีๆ อะไรออกมาให้เราเห็นในอนาคตอันใกล้นี้บ้าง เพราะการที่ผู้นำองค์กรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เชื่อมั่นได้เลยว่าจะเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่ออนาคตของนิสิตอย่างแน่นอนครับ
