อธิบดีปกครอง ชี้ เนรเทศเป็นแค่มาตรการหนึ่ง มีแรงกว่านี้อีกมาก
กลายเป็นประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชาวต่างชาติในประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องมาตรการจัดการกลุ่มที่สร้างปัญหาให้กับสังคม โดยอธิบดีฯ ได้ย้ำชัดว่า อธิบดีปกครอง ชี้ เนรเทศเป็นแค่มาตรการหนึ่ง มีแรงกว่านี้อีกมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาครัฐมีกลไกทางกฎหมายที่ครอบคลุมและเข้มงวดกว่าที่เราคิดไว้เยอะครับ
อธิบดีปกครอง ชี้ เนรเทศเป็นแค่มาตรการหนึ่ง มีแรงกว่านี้อีกมาก
หลายคนอาจสงสัยว่าการเนรเทศชาวต่างชาติที่ทำตัวไม่เหมาะสมนั้นเพียงพอแล้วหรือไม่ ซึ่งทางกรมการปกครองมองว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้น อธิบดีปกครอง ชี้ เนรเทศเป็นแค่มาตรการหนึ่ง มีแรงกว่านี้อีกมาก เพราะในความเป็นจริงแล้วประเทศไทยยังมีกฎหมายฉบับอื่นที่พร้อมบังคับใช้หากพบการกระทำผิดที่ร้ายแรงกว่าปกติ
มุมมองต่อการอยู่ร่วมกันของชาวต่างชาติในไทย
นายนฤชายังได้กล่าวถึงกรณีชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในไทยว่า ส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขและเคารพกฎหมายเป็นอย่างดี ปัญหาที่เกิดขึ้นมักเป็นเพียงรายกรณีไป ไม่ใช่ภาพรวมที่น่าห่วงอย่างที่หลายคนกังวล อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นสุสานที่จังหวัดฉะเชิงเทรานั้น ทางการกำลังเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายเนื่องจากใบอนุญาตได้หมดอายุลงแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการจัดการของเรานั้นมีมาตรฐานและมีความชัดเจนในตัวอยู่แล้ว
- กฎหมายไทยมีความเข้มงวดเพียงพอในการควบคุมการกระทำผิด
- ทุกกิจกรรมของชาวต่างชาติที่ส่งผลต่อสังคม ต้องมีการสื่อสารและขออนุญาตให้ถูกต้อง
- มาตรการจัดการทางกฎหมายไม่ได้มีแค่การเนรเทศ แต่มีกระบวนการอื่นที่รุนแรงกว่าสำหรับกรณีที่ผิดกฎหมายอาญาหรือสร้างความเสียหายร้ายแรง
ท้ายที่สุดนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องของการลงโทษ แต่คือการสร้างความเข้าใจและการปฏิบัติตามกฎระเบียบของบ้านเมืองให้ถูกต้อง เพื่อให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขและยั่งยืนครับ ไม่ว่ากฎหมายจะเข้มข้นแค่ไหน ความร่วมมือของคนในสังคมก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดครับ
ที่มา – อธิบดีปกครอง ชี้ เนรเทศเป็นแค่มาตรการหนึ่ง มีแรงกว่านี้อีกมาก