อนามัยโลกขออย่าตื่นตระหนก “ไวรัสฮันตา” ยืนยันเสี่ยงต่ำ
ในช่วงที่ข่าวการระบาดของโรคติดต่อมักทำให้ประชาชนตื่นตระหนก อนามัยโลกขออย่าตื่นตระหนก “ไวรัสฮันตา” ยืนยันยังเสี่ยงต่ำ ล่าสุดจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่านพ.ฮันส์ คลูเกอ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคยุโรป ได้ออกมาประกาศชี้แจงสถานการณ์การพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย จากการสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสฮันตาบนเรือสำราญที่กำลังแล่นอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกกลาง
อนามัยโลกขออย่าตื่นตระหนก “ไวรัสฮันตา” ยืนยันยังเสี่ยงต่ำ
นพ.คลูเกอ ย้ำชัดเจนว่าความเสี่ยงต่อสาธารณชนในวงกว้างยังอยู่ในระดับต่ำมาก ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือออกมาตรการจำกัดการเดินทางแบบกว้างขวาง องค์การอนามัยโลกกำลังเร่งประสานงานกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ป่วย การอพยพ และการสืบสวนโรค รวมถึงการประเมินความเสี่ยงทางสาธารณสุขอย่างละเอียด
ไวรัสฮันตาคืออะไร และแพร่กระจายอย่างไร
ไวรัสฮันตาหรือ Hantavirus ไม่ใช่เชื้อไวรัสใหม่ แต่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โดยทั่วโลกมีผู้ป่วยประมาณ 150,000-200,000 รายต่อปี เชื้อนี้แพร่กระจายหลักผ่านมูล ปัสสาวะ หรือน้ำลายของสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู เมื่อละอองฟุ้งกระจายในอากาศ เช่น เวลากวาดพื้นที่ที่มีหนูรังอาศัย ก็อาจทำให้มนุษย์สูดดมเข้าไปได้
สำคัญคือ ไวรัสฮันตาไม่ติดต่อจากคนสู่คนโดยตรง ทำให้ไม่ใช่โรคระบาดใหญ่แบบโควิด-19 อาการเริ่มต้นมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีไข้ สะกิด ปวดกล้ามเนื้อ จากนั้นอาจพัฒนาเป็นอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ปอดบวมน้ำ และภาวะหัวใจล้มเหลว
- ไข้สูง ปวดหัวรุนแรง
- ปวดกล้ามเนื้อและหลัง
- คลื่นไส้ อาเจียน
- หายใจเหนื่อยหอบในระยะหลัง
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ประเมินอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% แต่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาเฉพาะทาง การรักษาจึงเน้นประคับประคองอาการ ใช้เครื่องช่วยหายใจในเคสหนัก
สถานการณ์บนเรือสำราญลำนี้
เรือสำราญลำดังกล่าวเป็นของบริษัทในเนเธอร์แลนด์ ออกเดินทางจากอาร์เจนติน่าประมาณ 3 สัปดาห์ก่อน มีผู้โดยสารราว 150 คน มุ่งหน้าไปเคปเวิร์ด แวะแอนตาร์กติกาและจุดอื่นๆ ผลแล็บยืนยัน 1 ใน 6 ของผู้ป่วยและเสียชีวิตติดเชื้อไวรัสฮันตาจริง สาเหตุน่าจะมาจากหนูบนเรือ ซึ่งเป็นแหล่งแพร่เชื้อหลักในพื้นที่ชนบทหรือเรือเก่า
อนามัยโลกขออย่าตื่นตระหนก “ไวรัสฮันตา” ยืนยันยังเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่都市ที่ไม่มีสัตว์ฟันแทะจำนวนมาก แต่ควรระวังในโซนเสี่ยง เช่น ป่าเขา หรือพื้นที่เกษตร
วิธีป้องกันไวรัสฮันตาในชีวิตประจำวัน
เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้:
- สวมหน้ากากและถุงมือเมื่อทำความสะอาดพื้นที่สงสัยมีหนู
- กำจัดขยะและอาหารเหลือไม่ให้ดึงดูดหนู
- ปิดช่องโหว่ในบ้านเพื่อป้องกันหนูบุกรุก
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสมูลหนูโดยตรง
หากมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์
สรุปแล้ว แม้ไวรัสฮันตาจะน่ากลัวด้วยอัตราการตายสูง แต่เนื่องจากไม่ติดต่อคนต่อคนและพบได้น้อยในไทย ทำให้ไม่ต้องตื่นตระหนก ข้อมูลจากอนามัยโลกช่วยยืนยันความเสี่ยงต่ำ สิ่งสำคัญคือการป้องกันพื้นฐานและติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสุขภาพล่าสุดจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่พลาดเคล็ดลับป้องกันโรค!
ที่มา – อนามัยโลกขออย่าตื่นตระหนก “ไวรัสฮันตา” ยืนยันยังเสี่ยงต่ำ