อนุทินถึงสิงคโปร์แล้ว ร่วมเวที Forbes

อนุทินถึงสิงคโปร์แล้ว เพื่อเข้าร่วมการประชุม Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 24 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรวบรวมผู้นำธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริหารระดับสูงจากหลายประเทศทั่วโลก การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจ ตลอดจนทิศทางการพัฒนาประเทศให้เป็นที่รับรู้ในกลุ่มนักลงทุนและภาคธุรกิจระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงสิงคโปร์ในช่วงบ่าย เพื่อเข้าร่วมเวที Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 24 โดยรัฐบาลคาดหวังว่าการเข้าร่วมงานครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย และเปิดโอกาสใหม่ด้านการค้า การลงทุน รวมถึงการสร้างงานและรายได้ให้แก่ประชาชน

อนุทินถึงสิงคโปร์แล้ว พร้อมภารกิจเชื่อมเศรษฐกิจไทย

หลังเดินทางถึงสิงคโปร์ นายกรัฐมนตรีไทยเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ จัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อต้อนรับ ณ โรงแรม Shangri-La Singapore การพบกันครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นกันเอง และสะท้อนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีความร่วมมือระหว่างกันมาอย่างต่อเนื่อง

ระหว่างการพบปะ ผู้นำทั้งสองได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางสานต่อความร่วมมือในหลายด้าน โดยเฉพาะเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล และการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ความร่วมมือเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองประเทศ รวมถึงการสนับสนุนให้ภาคเอกชนสามารถขยายธุรกิจและเข้าถึงตลาดใหม่ได้ง่ายขึ้น

อนุทินถึงสิงคโปร์แล้ว เตรียมขึ้นเวที Forbes ค่ำนี้

ภายหลังงานเลี้ยงต้อนรับ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดพบหารือกับผู้บริหาร Forbes Media ก่อนเข้าร่วมการประชุม Forbes Global CEO Conference ในช่วงค่ำ ไฮไลต์สำคัญคือการเสวนาแบบตัวต่อตัว หรือ one-on-one กับนาย Steve Forbes ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีสื่อสารศักยภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยตรงต่อผู้นำธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริหารระดับโลก

เวที Forbes ถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากแวดวงธุรกิจทั่วโลก เพราะผู้เข้าร่วมงานล้วนเป็นบุคคลที่มีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การลงทุน และนวัตกรรม การที่ประเทศไทยมีโอกาสนำเสนอข้อมูลด้วยตัวเองจึงช่วยให้ผู้สนใจได้รับฟังนโยบายและวิสัยทัศน์จากผู้นำประเทศโดยตรง ทั้งยังเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์จุดแข็งของไทยในมิติต่าง ๆ

ประเด็นที่ไทยสามารถนำเสนอในเวทีนานาชาติไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวเลขเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพของอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล การส่งเสริมการลงทุน และบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับประเทศที่มีนโยบายชัดเจน ระบบสนับสนุนธุรกิจมีประสิทธิภาพ และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือไทย-สิงคโปร์กับโอกาสทางเศรษฐกิจ

ไทยและสิงคโปร์มีความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นมาเป็นเวลานาน สิงคโปร์มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการเงิน การค้า เทคโนโลยี และการลงทุนของภูมิภาค ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านตลาดภายในประเทศ อุตสาหกรรมการผลิต การท่องเที่ยว เกษตรกรรม อาหาร และทำเลที่ตั้ง การแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างกันจึงสามารถสร้างประโยชน์ให้กับทั้งสองฝ่ายได้หลายระดับ

  • ด้านการลงทุน: ส่งเสริมให้นักลงทุนสิงคโปร์เข้ามาขยายธุรกิจในไทย และสนับสนุนบริษัทไทยให้ใช้สิงคโปร์เป็นประตูสู่ตลาดโลก
  • ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล: แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางพัฒนาบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชนและภาคธุรกิจ
  • ด้านการค้า: เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม
  • ด้านการเชื่อมโยง: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายคมนาคม เพื่อให้การเดินทางและการขนส่งระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับประเทศไทย การเข้าร่วมงานครั้งนี้ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานักลงทุน หลังจากภาครัฐเดินหน้าสื่อสารนโยบายเพื่อดึงดูดเงินลงทุนและสร้างโอกาสทางธุรกิจ หากการพูดคุยสามารถต่อยอดเป็นโครงการที่เป็นรูปธรรม ก็อาจนำไปสู่การลงทุนใหม่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการจ้างงานในอนาคต

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 2569 ณ กรุงเทพมหานคร งานดังกล่าวจะเป็นเวทีเศรษฐกิจระดับโลกที่มีผู้กำหนดนโยบาย นักเศรษฐศาสตร์ นักลงทุน และผู้แทนจากหลายประเทศเข้าร่วม การนำเสนอความพร้อมของไทยในเวที Forbes จึงมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นก่อนถึงการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งสำคัญ

ในมุมของประชาชนและภาคธุรกิจ สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากการเดินทางครั้งนี้คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการประกาศความร่วมมือ โครงการลงทุนใหม่ หรือแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการ การพบปะระดับผู้นำจะมีความหมายมากยิ่งขึ้นเมื่อสามารถเปลี่ยนเป็นนโยบายและโอกาสที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน

โดยสรุป อนุทินถึงสิงคโปร์แล้ว ไม่ได้เป็นเพียงภารกิจเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นจังหวะสำคัญในการสื่อสารจุดแข็งของไทย เชื่อมความสัมพันธ์กับสิงคโปร์ และเปิดประตูสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต ความสำเร็จของภารกิจนี้ควรวัดจากการต่อยอดหลังจบเวที เพื่อให้ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลายเป็นการลงทุน งาน และรายได้ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย

ติดตามความคืบหน้าจากเวที Forbes และข่าวความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-สิงคโปร์ เพื่อดูว่าภารกิจครั้งนี้จะนำไปสู่โอกาสใหม่ของประเทศได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – ‘อนุทิน’ถึงสิงคโปร์แล้ว ‘ลอว์เรนซ์’ จัดเลี้ยงน้ำชาต้อนรับ ก่อนขึ้นเวที‘Forbes’ค่ำนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *