อนุทินลงพื้นที่ปราจีนบุรี เยี่ยมผู้ป่วย
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรียังคงได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อโรงพยาบาลและผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ และโรงพยาบาลสนาม พร้อมให้กำลังใจผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉิน เนื่องจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรยังมีน้ำท่วมขังในระดับประมาณ 30–40 เซนติเมตร ทำให้ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยบางส่วนไปดูแลต่อที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยและไม่สะดุด
อนุทินลงพื้นที่ปราจีนบุรี ตรวจระบบดูแลผู้ป่วย
ในช่วงเวลาประมาณ 15.50 น. นายอนุทินพร้อมคณะได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ภายในมณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์และตรวจติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งในส่วนของหอผู้ป่วยในและพื้นที่โรงพยาบาลสนาม โดยมีผู้บริหารจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงผู้บริหารจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่นเข้าร่วม
ระหว่างการตรวจเยี่ยม นายอนุทินได้พูดคุยกับผู้ป่วยและมอบกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งต้องทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อจากพื้นที่เสี่ยง การดูแลไม่ได้จำกัดเฉพาะการรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความสะดวกในการพักฟื้น การจัดยา อาหาร การเดินทาง และการประสานงานกับครอบครัวของผู้ป่วยด้วย
อนุทินลงพื้นที่ปราจีนบุรี ให้กำลังใจทีมแพทย์และผู้ประสบภัย
การเปิดโรงพยาบาลสนามเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วย โดยจังหวัดปราจีนบุรีได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามรวม 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี โรงเรียนมารีย์วิทยากบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี และโรงเรียนสุวรรณวิทยา อำเภอประจันตคาม สถานที่เหล่านี้ถูกปรับให้เหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วยและผู้ที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม
การทำงานของโรงพยาบาลสนามต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันวางแผนตั้งแต่การรับผู้ป่วย การคัดกรองอาการ การจัดพื้นที่พัก ไปจนถึงการส่งต่อผู้ป่วยที่มีอาการหนักไปยังสถานพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า
หน่วยงานร่วมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม
คณะผู้ร่วมลงพื้นที่ประกอบด้วยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
การมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานร่วมติดตามสถานการณ์ช่วยให้การตัดสินใจทำได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรยานพาหนะ การขนย้ายผู้ป่วย การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และการดูแลประชาชนในศูนย์พักพิง การประสานงานที่เป็นระบบยังช่วยลดความซ้ำซ้อนและทำให้ความช่วยเหลือเดินทางไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบได้ตรงจุดมากขึ้น
- ติดตามระดับน้ำและความปลอดภัยของสถานพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
- จัดระบบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตามระดับความเร่งด่วน
- สนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ให้เพียงพอ
- ประสานงานระหว่างโรงพยาบาล หน่วยงานรัฐ และองค์กรท้องถิ่น
- ดูแลผู้ป่วยและประชาชนในศูนย์พักพิงอย่างทั่วถึง
หลังจากตรวจเยี่ยมโรงพยาบาล นายอนุทินและคณะได้ขึ้นรถยกสูงของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อลงพื้นที่ติดตามการบริหารสถานการณ์ในจุดที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชน และตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี การลงพื้นที่ดังกล่าวช่วยให้ภาครัฐเห็นสภาพจริงของประชาชนและสามารถนำข้อมูลไปปรับแผนช่วยเหลือให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
บทสรุป: เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการเตรียมพร้อมของระบบสาธารณสุขและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานมีความสำคัญอย่างมากในช่วงเกิดภัยพิบัติ ประชาชนควรติดตามประกาศจากทางราชการ เตรียมยาประจำตัว เอกสารสำคัญ และช่องทางติดต่อฉุกเฉินให้พร้อม ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและลดผลกระทบต่อผู้ป่วยและครอบครัว
การอนุทินลงพื้นที่ปราจีนบุรีในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการตรวจเยี่ยม แต่ยังเป็นการย้ำถึงความตั้งใจของภาครัฐในการดูแลประชาชนในภาวะวิกฤต หากประชาชนพบผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ ควรรีบแจ้งผู้นำชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น หรือสายด่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ที่มา – ‘อนุทิน’ลงพื้นที่ปราจีนบุรี ตรวจเยี่ยมผู้ป่วยรพ.ค่ายจักรพงษ์



