อนุทินลุ้นหารือทรัมป์ช่วงประชุมเอเปค

ประเด็น อนุทินลุ้นหารือทรัมป์ช่วงประชุมเอเปค กำลังได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจและนักลงทุน เพราะการพบปะระหว่างผู้นำไทยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนจากผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายของรัฐบาลใหม่

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก โดยนักลงทุนยังจับตาความชัดเจนด้านนโยบาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ รวมถึงธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นต่อเศรษฐกิจยุคดิจิทัล

อนุทินลุ้นหารือทรัมป์ช่วงประชุมเอเปค

หนึ่งในโอกาสที่ไทยกำลังจับตาคือการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อาจมีโอกาสหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ การพบกันดังกล่าวอาจช่วยเปิดทางให้ไทยสื่อสารจุดยืนด้านการค้าและการลงทุนโดยตรง พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย

รัฐบาลไทยยังเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลผลประโยชน์ของผู้ส่งออกและผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดโลกมีความไม่แน่นอน การรักษาความสามารถในการแข่งขันจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสหรัฐฯ เป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความต้องการสินค้าจากไทยในหลายกลุ่ม การเจรจาที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้า และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น

โอกาสลงทุนจากเอไอและซัพพลายเชน

นอกจากความร่วมมือด้านการค้าแล้ว ไทยยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมเอไอ ซัพพลายเชน และดาต้าเซ็นเตอร์ ข้อมูลจากการประชุมสถาบันการเงินระดับโลกจัดให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศหลักที่มีศักยภาพในอุตสาหกรรมเหล่านี้ ร่วมกับมาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้ จุดแข็งของไทยอยู่ที่ทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน ฐานการผลิตเดิม และการเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค

การที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติยังมองเห็นโอกาสในประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง ระบบคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และบริการดิจิทัล หากภาครัฐสามารถพัฒนาระบบไฟฟ้า น้ำประปา อินเทอร์เน็ต และกฎระเบียบให้รองรับการลงทุนได้อย่างรวดเร็ว ไทยก็มีโอกาสดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวเพิ่มขึ้น

  • เอไอและดาต้าเซ็นเตอร์: เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล
  • ซัพพลายเชน: ไทยมีโอกาสเป็นฐานการผลิตและจุดเชื่อมโยงในภูมิภาค
  • การลงทุนต่างชาติ: คำขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • การค้าไทย-สหรัฐฯ: การเจรจาช่วยดูแลผู้ส่งออกและลดความเสี่ยงด้านนโยบาย

เสถียรภาพการคลังช่วยสร้างความเชื่อมั่น

ด้านเสถียรภาพทางการเงินและวินัยการคลัง ประเทศไทยยังมีพื้นฐานที่สามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ระดับกว่า 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ขณะที่หลายประเทศกำลังเผชิญแรงกดดันจากหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ประเด็นนี้ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน แม้ไทยจะต้องบริหารงบประมาณอย่างรอบคอบและรักษาสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับวินัยการคลัง

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงอาจช่วยลดต้นทุนบางส่วนให้กับภาคธุรกิจและประชาชน แต่รัฐบาลยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะราคาพลังงานได้รับผลกระทบจากทั้งเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความต้องการใช้พลังงานในแต่ละช่วงเวลา

แนวคิดของรัฐบาลคือการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นควบคู่กับการสร้างผลลัพธ์ในระยะยาว โดยเตรียมเสนอมาตรการส่งเสริมดาต้าเซ็นเตอร์เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี มาตรการดังกล่าวหากออกแบบอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยี สร้างงานที่มีทักษะสูง และส่งเสริมให้เกิดธุรกิจต่อเนื่องในประเทศ

โดยสรุป ข่าว อนุทินลุ้นหารือทรัมป์ช่วงประชุมเอเปค ไม่ได้มีความหมายเฉพาะเรื่องการพบปะระหว่างผู้นำเท่านั้น แต่ยังสะท้อนโอกาสที่ไทยจะใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดการลงทุน และขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นได้จริงเมื่อการเจรจานำไปสู่มาตรการที่ชัดเจนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามนโยบายอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมคว้าโอกาสจากเศรษฐกิจยุคใหม่

ที่มา – เอกนิติ เผย “อนุทิน”ลุ้นหารือทรัมป์ ช่วงประชุมเอเปค ชี้ไทยได้ประโยชน์ลงทุนจากผลเลือกตั้งสหรัฐฯ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *