‘อภิสิทธิ์’ กัดไม่ปล่อย ‘ศักดิ์สยาม’ รอดคดีนอมินี

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ ที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ นั่นคือเรื่อง ‘อภิสิทธิ์’ กัดไม่ปล่อย ‘ศักดิ์ยสยาม’ รอดคดีนอมินีถือหุ้น หจก. เล็งใช้กฎหมายอื่นจัดการอีก เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างหนักแน่น หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตัดสินใจยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในกรณีใช้นอมินีถือหุ้นในบริษัท หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น

‘อภิสิทธิ์’ กัดไม่ปล่อย ‘ศักดิ์ยสยาม’ รอดคดีนอมินีถือหุ้น หจก. เล็งใช้กฎหมายอื่นจัดการอีก

ประเด็นนี้สะเทือนใจนักการเมืองและประชาชนไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยชัดเจนว่านายศักดิ์สยามขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวผ่านนอมินี แต่ ป.ป.ช. กลับยกคำร้อง โดยมุ่งไปที่ประเด็น ‘เจตนา’ นายอภิสิทธิ์ตั้งคำถามตรงๆ ว่า ป.ป.ช. ต้องชี้แจงฐานที่มาของคำวินิจฉัย เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กรรัฐ ถ้าศาลบอกว่ามีการถือหุ้นจริง แล้ว ป.ป.ช. จะปฏิเสธข้อเท็จจริงนั้นได้อย่างไร?

พูดง่ายๆ เลยครับ ถ้าไม่มีเจตนา แล้วทำไมไม่แสดงทรัพย์สินตามความเป็นจริงตั้งแต่แรก? นี่คือคำถามที่อภิสิทธิ์โยนใส่ ป.ป.ช. อย่างไม่ยอมแพ้ และที่สำคัญ เขายังย้ำว่ากรณีนี้ไม่ได้จบแค่เรื่องบัญชีทรัพย์สินเท่านั้น เพราะยังมีกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกเพียบ เช่น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือกฎหมายอาญาเรื่องการยื่นบัญชีเท็จ

พรรคประชาธิปัตย์เตรียมสู้ต่อด้วยกฎหมายอื่น

ในที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน พรรคได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป เพราะเรื่องนี้กระทบความน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรมและนักการเมืองโดยรวม แถมยังถูกมองว่าเป็นการรวบอำนาจผ่านองค์กรอิสระด้วย นายอภิสิทธิ์ชี้ให้เห็นว่า ป.ป.ช. ต้องอธิบายให้ชัดว่า ‘ไม่มีเจตนา’ นั้นมาจากไหน และควรพิจารณาความผิดฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

มาดูพื้นหลังคดีกันหน่อยนะครับ นายศักดิ์สยามถูกกล่าวหาว่าใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ซึ่งทำธุรกิจก่อสร้าง โดยศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการถือหุ้นนี้ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 160 ที่ห้ามรัฐมนตรีถือหุ้นในบริษัทเอกชน นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของ ‘นอมินี’ ที่นักการเมืองชอบใช้เพื่อเลี่ยงกฎหมาย แต่ครั้งนี้ศาลจับได้!

  • ประเด็นสำคัญจากคำสัมภาษณ์อภิสิทธิ์:
  • ป.ป.ช. ต้องชี้แจงคำวินิจฉัยให้สอดคล้องกับศาลรัฐธรรมนูญ
  • กรณีนี้กระทบความเชื่อมั่นในระบบปราบปรามทุจริต
  • พรรคประชาธิปัตย์จะใช้กฎหมายอื่นดำเนินคดีต่อ
  • ไม่ใช่แค่เรื่องเจตนา แต่ต้องดูข้อเท็จจริงทั้งหมด
  • ป้องกันการฟอกขาวเพื่อกลับสู่อำนาจ

จากมุมมองของผม เรื่อง ‘อภิสิทธิ์’ กัดไม่ปล่อย ‘ศักดิ์ยสยาม’ รอดคดีนอมินีถือหุ้น หจก. นี้ สะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบการเมืองไทย คือการขาดความโปร่งใสและการใช้นอมินีหลบเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ถ้าปล่อยผ่านไปแบบนี้ จะยิ่งทำให้ประชาชนหมดศรัทธาในนักการเมืองและองค์กรตรวจสอบ

หลายคนมองว่านี่อาจเป็นการปูทางให้นายศักดิ์สยามกลับมาดำรงตำแหน่งได้อีก แต่ท่าทีของอภิสิทธิ์ชัดเจน เรื่องยังไม่จบแน่นอน พรรคประชาธิปัตย์พร้อมสู้เพื่อความยุติธรรม คุณล่ะครับ คิดว่าป.ป.ช. ควรทำอย่างไรต่อไป? หรือกรณีนี้สมควรจบแบบนี้จริงๆ? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากบล็อกเรา เพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

สุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่าการตรวจสอบกันเองในวงการการเมืองจะช่วยยกระดับคุณภาพนักการเมืองไทยได้ หากเราทุกคนช่วยกันจับตา

ที่มา – ‘อภิสิทธิ์’ กัดไม่ปล่อย ‘ศักดิ์ยสยาม’ รอดคดีนอมินีถือหุ้น หจก. เล็งใช้กฎหมายอื่นจัดการอีก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *