อยุธยาน้ำท่วมสูง ชาวบ้านพายเรือขายส้มตำ
สถานการณ์ อยุธยาน้ำท่วมสูง ชาวบ้านพายเรือขายส้มตำ ยังคงน่าเป็นห่วง หลังมวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักไหลมารวมกันบริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ก่อนผ่านพื้นที่อำเภอบางปะอินและอำเภอบางไทร แม้เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท และเขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จะปรับลดการระบายน้ำแล้ว แต่ระดับน้ำในชุมชนริมน้ำยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนจำนวนมาก
จากการสำรวจพื้นที่หมู่ 7 ตำบลบางประแดง อำเภอบางปะอิน พบว่าบ้านเรือนและหอพักหลายแห่งถูกน้ำท่วมสูงเฉลี่ยประมาณ 1–2 เมตร ชาวบ้านต้องนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไปจอดไว้บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 3020 ซึ่งเป็นเส้นทางวัดบ้านแป้ง–วัดยม จากนั้นจึงใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทางเข้าออกชุมชน การเดินทางไปทำงาน ซื้ออาหาร หรือรับส่งสิ่งของจึงต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติ
อยุธยาน้ำท่วมสูง ชาวบ้านพายเรือขายส้มตำ
ท่ามกลางวิกฤติน้ำท่วม นางบุญเรือน แสงจันทร์ อายุ 64 ปี แม่ค้าในชุมชน ยังคงเดินหน้าประกอบอาชีพเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัวรวม 8 คน แม้บ้านจะถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร เธอจึงปรับจากการเปิดร้านในบ้านมาเป็นการพายเรือเร่ขายอาหารไปตามบ้านเรือนต่าง ๆ ในชุมชน
เมนูที่นำไปขายมีทั้งผัดไทย ราดหน้า ขนม และส้มตำ โดยส้มตำขายในราคาครกละ 30 บาท แม้ต้องเผชิญต้นทุนผักที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่เธอยังพยายามรักษาราคาให้ชาวบ้านซื้อหาได้ง่าย รายได้จากการขายอาหารอยู่ที่ประมาณวันละ 300–400 บาท แม้ไม่มากนัก แต่ก็ช่วยให้ครอบครัวมีเงินซื้ออาหารและสิ่งจำเป็นในแต่ละวัน
ชีวิตแม่ค้ากลางน้ำกับความพยายามเอาตัวรอด
เรื่องราวของแม่ค้ารายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของคนในชุมชนที่ไม่ยอมแพ้ต่อภัยพิบัติ การพายเรือขายอาหารไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเตรียมวัตถุดิบ ดูแลความสะอาดของอาหาร และควบคุมเรือให้ปลอดภัยไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังต้องคอยสังเกตกระแสน้ำและสภาพอากาศตลอดเวลา แต่ความจำเป็นในการหารายได้ทำให้เธอต้องเดินหน้าต่อ
- บ้านเรือนหลายหลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร
- ชาวบ้านต้องใช้เรือแทนรถในการเดินทาง
- แม่ค้าปรับรูปแบบการขายอาหารเพื่อสร้างรายได้
- ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นจากผลกระทบของน้ำท่วม
- ผู้เช่าหอพักต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกัน นายสมเกียรติ พันธ์แก่น อายุ 35 ปี พนักงานรับจ้างซึ่งพักอาศัยอยู่ในหอพักที่ถูกน้ำท่วม เปิดเผยว่า เขาต้องเดินลุยน้ำที่สูงเกือบหนึ่งเมตรออกมาบริเวณริมถนน เพื่อขับรถไปทำงานทุกวัน แม้การเดินทางจะลำบากและเสี่ยงอันตราย แต่ยังจำเป็นต้องทำงานเพื่อหารายได้และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายประจำวัน
นายสมเกียรติยังแสดงความกังวลว่า ผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ในหอพักเช่าอาจตกสำรวจและไม่ได้รับเงินเยียวยาอย่างเหมาะสม เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของบ้านหรือที่ดิน ขณะเดียวกันยังต้องจ่ายค่าเช่าห้องตามปกติ แม้ห้องพักและพื้นที่โดยรอบจะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำระบบสำรวจผู้เช่าอย่างเป็นธรรม และรวมกลุ่มผู้พักอาศัยในหอพักไว้ในแผนช่วยเหลือด้วย
อยุธยาน้ำท่วมสูง ชาวบ้านพายเรือขายส้มตำ และเสียงเรียกร้องเรื่องเยียวยา
เหตุการณ์ อยุธยาน้ำท่วมสูง ชาวบ้านพายเรือขายส้มตำ ไม่ได้สะท้อนเพียงภาพการต่อสู้ชีวิตของแม่ค้าเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นปัญหาของคนทำงานและผู้เช่าที่ต้องรับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง หลายคนไม่มีเงินสำรองมากพอที่จะหยุดงานหรือย้ายออกจากพื้นที่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งค่าเช่าห้อง ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทรัพย์สิน
การช่วยเหลือจึงควรครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้าน ผู้เช่าหอพัก แรงงานรับจ้าง ผู้สูงอายุ หรือผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน หน่วยงานรัฐควรเร่งสำรวจความเสียหาย จัดหาเรือและถุงยังชีพ ดูแลเส้นทางสัญจร รวมถึงสื่อสารข้อมูลการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ผู้ประสบภัยต้องเดินทางหลายครั้งหรือพลาดสิทธิ์จากข้อจำกัดด้านเอกสาร
สำหรับประชาชนในพื้นที่ ควรติดตามประกาศระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าและเอกสารสำคัญไว้ในที่สูง หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำบริเวณที่มีกระแสไฟฟ้า และดูแลเด็กกับผู้สูงอายุเป็นพิเศษ แม้สถานการณ์จะสร้างความเหนื่อยล้า แต่ความร่วมมือของคนในชุมชนจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การผ่านพ้นวิกฤตเป็นไปได้ดีขึ้น
อยุธยาน้ำท่วมสูง ชาวบ้านพายเรือขายส้มตำ คือภาพสะท้อนทั้งความเดือดร้อนและพลังใจของผู้คนที่ยังพยายามดำรงชีวิตท่ามกลางน้ำท่วม ภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่นควรเร่งช่วยเหลืออย่างทั่วถึง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เช่าหอพักและผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
ที่มา – อยุธยายังอ่วม! น้ำท่วมสูง ชาวบ้านพายเรือขายส้มตำสู้ชีวิต คนอยู่หอวอนขอเงินเยียวยา


