อังกฤษสั่งบริษัทเทคโนโลยี ต้องปกป้องเด็กจากเนื้อหาออนไลน์ที่อันตราย
ในยุคที่โลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ความปลอดภัยของเยาวชนถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ล่าสุดมีข่าวใหญ่จากฝั่งอังกฤษ เมื่อเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีได้ออกมาประกาศกร้าวว่า อังกฤษสั่งบริษัทเทคโนโลยี ต้องปกป้องเด็กจากเนื้อหาออนไลน์ที่อันตราย อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตที่เด็ก ๆ ใช้งานอยู่เป็นประจำ
เหตุผลสำคัญที่อังกฤษสั่งบริษัทเทคโนโลยี ต้องปกป้องเด็กจากเนื้อหาออนไลน์ที่อันตราย
การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มาจากการที่รัฐบาลได้พูดคุยกับครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุตรจากเหตุการณ์กระทบกระเทือนใจบนโลกออนไลน์ รวมถึงการศึกษาต้นแบบความสำเร็จจากประเทศออสเตรเลีย ที่ได้มีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการเข้าถึงเนื้อหาของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีไปก่อนหน้านี้ รัฐบาลอังกฤษมองว่าถึงเวลาแล้วที่บริษัทเทคโนโลยีต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
มาตรการเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของเด็ก
นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ให้คำแนะนำและคำสั่งถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Apple และ Google ว่าควรเร่งพัฒนาระบบความปลอดภัย ดังนี้:
- พัฒนาระบบตรวจจับและบล็อกภาพเปลือยบนสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตที่เด็กใช้งาน
- ติดตั้งระบบตรวจสอบอายุ (Age Verification) เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อหาจะถูกคัดกรองอย่างเหมาะสม
- ยกระดับมาตรการป้องกันการสร้างภาพอนาจารออนไลน์ที่อาจนำไปสู่การขู่กรรโชกทางเพศได้
รัฐบาลได้ขีดเส้นตายให้บริษัทเหล่านี้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน หากไม่ปฏิบัติตาม รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับใช้อย่างเข้มงวด ซึ่งรวมไปถึงการสั่งปรับเงินก้อนโต และอาจถึงขั้นดำเนินคดีทางอาญากับผู้บริหารที่ไม่ใส่ใจต่อความปลอดภัยของเยาวชน
ถือเป็นก้าวย่างที่น่าจับตามองมาก เพราะนโยบาย อังกฤษสั่งบริษัทเทคโนโลยี ต้องปกป้องเด็กจากเนื้อหาออนไลน์ที่อันตราย นี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องเด็ก ๆ ในอังกฤษเท่านั้น แต่ยังเป็นโดมิโน่ที่อาจกระตุ้นให้บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกหันมาใส่ใจเรื่องความปลอดภัยทางดิจิทัลสำหรับเด็กอย่างจริงจังมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วเทคโนโลยีควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ไม่ใช่เครื่องมือที่ทำร้ายอนาคตของชาติครับ
ที่มา – อังกฤษสั่งบริษัทเทคโนโลยี ต้องปกป้องเด็กจากเนื้อหาออนไลน์ที่อันตราย