อันตรายฟ้าผ่ากลางแจ้งถึงตาย อย่าหลบใต้ต้นไม้ศาลา

อันตรายฟ้าผ่ากลางแจ้งถึงตาย อย่าหลบใต้ต้นไม้ศาลา เป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงาน ออกกำลังกาย หรือร่วมกิจกรรมในพื้นที่โล่ง เพราะฟ้าผ่าสามารถเกิดขึ้นได้แม้บริเวณนั้นยังไม่มีฝนตกหนัก และบางครั้งอาจเกิดขึ้นก่อนที่ผู้คนจะรู้สึกว่าพายุอยู่ใกล้ตัว การรอให้ฝนตกหรือเห็นสายฟ้าชัดเจนก่อนหาที่หลบ อาจทำให้การตัดสินใจล่าช้าและเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิต

กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เกษตรกร คนงานก่อสร้าง นักกีฬา ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่สนาม ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โล่ง และผู้ร่วมงานกลางแจ้ง นายจ้างหรือผู้จัดกิจกรรมควรติดตามประกาศเตือนสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง กำหนดผู้รับผิดชอบในการสั่งหยุดงานหรือหยุดการแข่งขัน และจัดเตรียมอาคารหลบภัยที่มั่นคง พร้อมเส้นทางอพยพที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน

อันตรายฟ้าผ่ากลางแจ้งถึงตาย อย่าหลบใต้ต้นไม้ศาลา

ฟ้าผ่าอาจทำให้หัวใจหยุดเต้น หยุดหายใจ เกิดแผลไหม้ และบาดเจ็บต่อระบบประสาท นอกจากนี้แรงกระแทกจากฟ้าผ่าอาจทำให้ผู้ประสบเหตุล้ม ศีรษะกระแทก หรือได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากสิ่งของรอบตัว ดังนั้น เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้อง แม้ฝนยังไม่ตก ควรหยุดกิจกรรมทันทีและเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย ไม่ควรฝืนทำงานหรือเล่นกีฬาต่อเพียงเพราะท้องฟ้ายังดูไม่มืดมาก

อันตรายฟ้าผ่ากลางแจ้งถึงตาย อย่าหลบใต้ต้นไม้ศาลา: จุดที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อย่าหลบใต้ต้นไม้ใหญ่หรือต้นไม้ที่ยืนโดดเดี่ยว เพราะเป็นจุดที่อาจดึงดูดกระแสไฟฟ้าและทำให้คนที่อยู่ใกล้ได้รับอันตราย
  • หลีกเลี่ยงศาลาเปิดโล่ง เพิง เต็นท์ รถกอล์ฟ และรถเปิดประทุน เนื่องจากไม่สามารถป้องกันฟ้าผ่าได้อย่างเพียงพอ
  • ออกจากแหล่งน้ำ เช่น สระน้ำ บ่อน้ำ แม่น้ำ ทะเล และสนามที่มีน้ำขังโดยเร็วที่สุด
  • ไม่ยืนอยู่บนพื้นที่สูง ไม่สัมผัสรั้วโลหะ เสาไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือสิ่งของที่เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้า
  • ไม่ควรนอนราบกับพื้นกลางแจ้ง เพราะอาจเพิ่มพื้นที่สัมผัสและทำให้กระแสไฟฟ้าแพร่ผ่านร่างกายได้มากขึ้น

สถานที่หลบภัยที่เหมาะสมคืออาคารปิดที่มีโครงสร้างมั่นคง หรือรถยนต์หลังคาแข็งที่ปิดประตูและกระจกสนิท เมื่อเข้าไปอยู่ในอาคารแล้ว ควรอยู่ห่างจากหน้าต่าง ประตู ระเบียง และผนังด้านนอก หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊ก ระบบประปา และโทรศัพท์แบบมีสายในช่วงที่มีพายุ

วิธีปฏิบัติเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงฟ้าผ่า

หลังได้ยินเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้าย ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยต่อไปอย่างน้อย 30 นาที หากได้ยินฟ้าร้องอีกครั้ง ต้องเริ่มนับเวลาใหม่ ไม่ควรออกจากอาคารทันทีที่ฝนเบาลงหรือหยุดตก เพราะพายุยังอาจมีความเสี่ยงอยู่ การวางแผนล่วงหน้าจึงสำคัญมาก ผู้จัดกิจกรรมควรแจ้งจุดหลบภัยให้ผู้เข้าร่วมทราบก่อนเริ่มงาน และซักซ้อมการเคลื่อนย้ายเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

หากพบผู้ถูกฟ้าผ่า ต้องประเมินความปลอดภัยของบริเวณโดยรอบก่อนเข้าไปช่วยเหลือ ผู้ถูกฟ้าผ่าไม่มีประจุไฟฟ้าค้างอยู่ในร่างกาย จึงสามารถสัมผัสเพื่อช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม จากนั้นโทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจตามปกติ หรือมีอาการหายใจเฮือก ให้เริ่มทำ CPR ทันที และใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ AED หากมี โดยทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และเสียงจากเครื่องจนกว่าทีมฉุกเฉินจะมาถึง

  • โทร 1669 พร้อมแจ้งตำแหน่งเกิดเหตุให้ชัดเจน
  • ตรวจสอบว่าจุดเกิดเหตุปลอดภัยก่อนเข้าไปช่วย
  • ประเมินการตอบสนองและการหายใจของผู้ป่วย
  • ทำ CPR หากผู้ป่วยไม่หายใจตามปกติ
  • ใช้ AED ตามคำแนะนำ และไม่หยุดช่วยเหลือจนกว่าทีมแพทย์จะมาถึง

อันตรายฟ้าผ่ากลางแจ้งถึงตาย อย่าหลบใต้ต้นไม้ศาลา ไม่ใช่เพียงคำเตือนทั่วไป แต่เป็นหลักความปลอดภัยที่ควรจำและบอกต่อให้คนรอบตัว การหยุดกิจกรรมให้ทันเวลา เลือกที่หลบภัยอย่างถูกต้อง และเตรียมแผนฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า สามารถลดความสูญเสียที่ป้องกันได้ หากมีสัญญาณพายุ ขอให้ทุกคนเลือกความปลอดภัยก่อนเสมอ และอย่าฝืนทำงานหรือเล่นกีฬาต่อแม้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ

ที่มา – หมอเตือนอันตราย ‘ฟ้าผ่า’ กลางแจ้ง ถึงตาย อย่าหลบใต้ต้นไม้ ศาลา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *