อาชีวศึกษาเอกชน เรียกร้องรัฐบาลเพิ่มสัดส่วนเงินกู้ กยศ. ให้มากขึ้น

อาชีวศึกษาเอกชน วอนรัฐบาลปรับเพดานเงินกู้ กยศ.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายวิเชียร เนียมน้อม นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับปัญหาการเข้าถึงเงินกู้เพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ยังไม่เพียงพอสำหรับนักเรียนและนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาเอกชน โดยปัจจุบันมีวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนทั่วประเทศรวม 418 แห่ง กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้

ปัญหาหลักคือการเข้าถึงเงิน กยศ. ไม่เพียงพอ

จากข้อมูลที่สมาคมรายงาน พบว่ามีนักเรียน นักศึกษาในระดับอาชีวศึกษาเอกชน เช่น ปวช. และ ปวส. กว่า 340,000 คน และมีความต้องการในการกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี แต่บางครั้งกองทุน กยศ. มีข้อจำกัดในด้านจำนวนเงิน ทำให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่สามารถสมัครกู้ได้ตามความต้องการ และส่งผลต่อการศึกษาต่อของผู้เรียนโดยตรง

โดยเฉพาะกลุ่มศิษย์ระดับอาชีวศึกษาที่จบออกมาแล้วพร้อมทำงานตามสาขาที่มีความต้องการในตลาดแรงงาน จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มจำนวนแรงงานที่มีทักษะตรงตามความต้องการของประเทศ

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับอาชีวศึกษาเอกชน?

  • อาชีวศึกษาเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจฐานราก
  • สถานศึกษาเอกชนเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมนักศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงาน
  • ความต้องการเงินกู้ต่อปีเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนของ กยศ. ไม่สามารถรองรับได้

ในมุมมองเศรษฐกิจ กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษานั้นมีศักยภาพในการทำงานได้ทันที ไม่ต้องผ่านการฝึกอบรมเพิ่มเติมมากเหมือนสาขาอื่นๆ ดังนั้น การเพิ่มโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้ได้มีสิทธิ์กู้ยืมกยศ. จึงเปรียบเสมือนการลงทุนให้กับทุนความรู้ ทักษะ และแรงงานของประเทศ เพราะเงินกยศ. หากจัดสรรได้อย่างเหมาะสม จะช่วยลดช่องว่างทางสังคม และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาตนเอง

เสนอให้รัฐบาลเร่งปรับนโยบายเรื่องเงินกู้นักศึกษา

นายวิเชียร ยังกล่าวด้วยว่า สมาคมได้ประสานงานกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้เร่งเพิ่มสัดส่วนการกู้ในกลุ่ม อาชีวศึกษาเอกชน ให้มากขึ้น รวมถึงพิจารณาความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้ผู้เรียนสาขาที่จำเป็นได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม

การศึกษายังเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม เพราะกลุ่มนักศึกษาอาชีวศึกษามักมีโอกาสในการทำงานสายเทคโนโลยี วิศวกรรม และการบริการวิชาชีพที่ตอบโจทย์ Thailand 4.0 หากปรับเรื่องงบประมาณและสัดส่วนการกู้ได้ ภารกิจเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจก็มีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

ทิศทางและบทบาทของรัฐในอนาคต

Association อยากให้รัฐบาลเห็นศักยภาพของ อาชีวศึกษาเอกชน เพราะนอกจากจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำแล้ว ยังสร้างช่องทางให้คนทุกระดับเข้าถึงการศึกษา และเข้าสู่การทำงานได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นในระดับช่างอุตสาหกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือการบริการต่างๆ ที่กำลังขาดแคลนแรงงานทักษะเฉพาะทาง

เชื่อว่าหากมีการกระจายงบประมาณและเพิ่มปริมาณโควตาผู้กู้ในสาย อาชีวศึกษาเอกชน ได้มากขึ้น จะช่วยเสริมทัพภารกิจพัฒนาประเทศให้เป็นรูปธรรม ฝากความหวังไว้ว่านโยบายให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาควรคำนึงถึงผู้เรียนกลุ่มนี้อย่างยั่งยืน

หากคุณสนใจหรือนักศึกษาในสายอาชีวศึกษา ร่วมเป็นหนึ่งในเสียงสะท้อนเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้กลุ่มที่ต้องการมากที่สุด สามารถติดตามและร่วมมือกับองค์กรที่ให้การสนับสนุนอาชีวศึกษาเอกชน รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายจากรัฐอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ‘อาชีวศึกษาเอกชน’ วอนรัฐบาลให้ความสำคัญ ขอเพิ่มสัดส่วนกู้ยืมกยศ.

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *