อาลัยวีรทหารกล้า พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน

ในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568 บรรยากาศที่วัดทุ่งสว่าง บ้านเทื่อม ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและภาคภูมิใจปนเปกัน เมื่อผู้คนกว่าพันชีวิตมาร่วมไว้อาลัยและส่งวีรบุรุษผู้เสียสละ อาลัยวีรทหารกล้า พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน หนุ่มน้อยวัยเพียง 22 ปี ผู้พลีชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ

อาลัยวีรทหารกล้า พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน

เหตุการณ์สลดใจครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการปะทะกับฝ่ายตรงข้ามตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568 กระสุนปืนลูกหนึ่งได้ตกลงมาถูกด้านหลังของ พลทหารวสันต์ จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ท่ามกลางความสูญเสียของครอบครัวและเพื่อนร่วมรบ

การเดินทางสุดท้ายของ พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน ได้รับการต้อนรับด้วยความเคารพจากประชาชนทั่วไป ที่ต่างยืนโบกธงชาติและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีตลอดเส้นทางกว่า 30 กิโลเมตร ตั้งแต่มณฑลทหารบกที่ 24 จนถึงวัดทุ่งสว่าง บ้านเทื่อม แสดงให้เห็นถึงความรัก ความศรัทธา และความขอบคุณต่อวีรบุรุษผู้เสียสละ

ในหลวงทรงรับศพในพระบรมราชานุเคราะห์

ในเวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เชิญพวงมาลาส่วนพระองค์มาวางที่หน้าหีบศพของ พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ครอบครัวผู้วายชนม์อีกด้วย

ความจงรักภักดีและวีรกรรมอันกล้าหาญของ พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน ได้รับการยกย่องจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมทั้งพระราชทานน้ำหลวงและเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ จัดเป็นเกียรติยศสูงสุดที่พระราชทานแก่ผู้เสียชีวิตจากการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ชีวิตและเส้นทางการเป็นทหารของพลทหารวสันต์

พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน หรือที่เพื่อนๆ เรียกกันติดปากว่า “เอสโซ่” เติบโตมากับยายในครอบครัวที่ยากจน ตั้งแต่ยังเด็กเขาก็มีความฝันอยากมีบ้านหลังเล็กๆ เพื่อจะได้อยู่กับยายผู้เป็นที่รัก ด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น พลทหารวสันต์จึงตัดสินใจสมัครเป็นทหารโดยไม่รอจับใบดำใบแดง เพราะอยากมีรายได้มาดูแลครอบครัว และหวังจะสอบเป็นนายสิบเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

การเป็นทหารไม่ใช่เพียงหน้าที่ แต่คือความฝันและภารกิจที่ พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน ให้ความสำคัญมากที่สุด เขาเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมหน่วยด้วยความขยัน อดทน และกล้าหาญ ทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ เขาจะทำด้วยความตั้งใจและเสียสละ

การสูญเสียที่ไม่มีวันลืม

การจากไปของ พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน ไม่ใช่เพียงการสูญเสียของครอบครัว แต่คือการสูญเสียของชาติ ของเพื่อนร่วมรบ และของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ หลายคนต่างรู้สึกเสียใจและชื่นชมในวีรกรรมของหนุ่มคนหนึ่งที่ยินดีเสียสละเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ในพิธีรดน้ำศพ มีญาติพี่น้องและผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน มาร่วมไว้อาลัยอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่ก็แฝงด้วยความภาคภูมิใจที่มีวีรบุรุษอยู่ในแผ่นดินนี้

ความกล้าหาญที่จะคงอยู่ตลอดไป

พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน อาจจากไปแล้ว แต่วีรกรรมและความกล้าหาญของเขาจะยังคงอยู่ในใจของคนไทยทุกคน ความเสียสละเพื่อชาติ ความจงรักภักดีต่อแผ่นดิน และความตั้งใจในการทำงาน คือสิ่งที่ทุกคนจะจดจำและยึดถือเป็นแบบอย่าง

  • พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่ปกป้องชายแดน
  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์
  • ประชาชนกว่าพันคนมาร่วมไว้อาลัยและส่งวีรบุรุษเป็นครั้งสุดท้าย
  • ครอบครัวและญาติได้รับสิ่งของพระราชทานจากในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้า

หากถามว่าความกล้าหาญคืออะไร คำตอบอาจอยู่ที่การยืนหยัดและเสียสละเพื่อสิ่งที่รักและศรัทธา และ พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน ก็คือตัวอย่างของความกล้าหาญที่แท้จริง ขอให้วีรบุรุษผู้เสียสละไปสู่สุคติ และขอให้ครอบครัวเข้มแข็งผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้

ที่มา – อาลัยวีรทหารกล้า “พลทหารวสันต์ ขานหัวโทน” ในหลวงทรงรับศพในพระบรมราชานุเคราะห์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *