‘อาสพลธ์’ ผนึกองค์กรปราบโกง ลุยล้างบางทุจริตคอรัปชั่น
เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า วันไหนกันแน่ที่สังคมไทยจะปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชัน? ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวสำคัญเมื่อ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) ได้แสดงจุดยืนที่เฉียบคมในการร่วมมือกับเครือข่ายระดับภูมิภาคเพื่อ ‘อาสพลธ์’ ผนึกองค์กรปราบโกง ลุยล้างบางทุจริตคอรัปชั่นทุกหัวระแหง ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ในเวทีประชุมระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 4
กลยุทธ์ของ ‘อาสพลธ์’ ผนึกองค์กรปราบโกง ลุยล้างบางทุจริตคอรัปชั่นทุกหัวระแหง
การเดินหน้าในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยีเพื่อความโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นระบบ Open Public Procurement หรือการเปิดเผยงบประมาณแบบ Open Budget เพราะหัวใจสำคัญคือการลดความเสี่ยงในจุดที่เกิดการคอร์รัปชันได้ง่ายที่สุด การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลจึงไม่ใช่แค่เรื่องของอุปกรณ์ไอที แต่คือการสร้างธรรมาภิบาลที่เป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- การระบุตัวตนของผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership) เพื่อแก้ปัญหานอมินี
- การเชื่อมโยงฐานข้อมูลข้ามหน่วยงาน เพื่อตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- การสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนในการตรวจสอบ
ความร่วมมือเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
การที่ ‘อาสพลธ์’ ผนึกองค์กรปราบโกง ลุยล้างบางทุจริตคอรัปชั่นทุกหัวระแหง ออกมาเคลื่อนไหวในระดับสากลเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่าประเทศไทยไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง โดยเฉพาะปัญหาการใช้บริษัทนอมินีเพื่อบังหน้า ยิ่งต้องอาศัยการร่วมมือระหว่างประเทศอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การซื้อเทคโนโลยีราคาแพงเสมอไป แต่คือการที่แต่ละองค์กรกลับมาพิจารณาจุดอ่อนของตนเองและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความรัดกุมมากขึ้น
ในมุมมองของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยความโปร่งใสคือสิ่งที่ห้ามมองข้าม เพราะระบบตรวจสอบที่ดีจะช่วยปกป้องธุรกิจของคุณไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของการทุจริตโดยไม่รู้ตัว ท้ายที่สุดแล้ว การปราบโกงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้หากทุกคนตัดสินใจที่จะกล้าเผชิญหน้ากับความจริงและร่วมมือกันผลักดันสังคมให้ใสสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา – ‘อาสพลธ์’ ผนึกองค์กรปราบโกง ลุยล้างบางทุจริตคอรัปชั่นทุกหัวระแหง

