อึ้ง! สถิติเฟกนิวส์ข่าวชายแดนปี 62-68 พุ่ง 1.1 พันล้าน

สถานการณ์ข่าวปลอมยังคงเป็นปัญหาที่ท้าทายสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการเปิดเผยสถิติที่น่าตกใจเกี่ยวกับข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับชายแดนของประเทศไทย ในช่วงปี 2562 ถึง 2568 พบว่ามีข่าวที่ต้องสงสัยและต้องตรวจสอบมากถึง 1.1 พันล้านข่าว สร้างความตระหนักถึงความจำเป็นในการรับมือกับปัญหานี้อย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ณ ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อป้องกันข่าวปลอม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ในการป้องกันและปราบปรามข่าวปลอม รวมถึงบัญชีผู้ใช้ที่เป็นไอโอ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแพลตฟอร์มต่างๆ

อึ้ง!ปี 62-68 พบสถิติเฟกนิวส์ข่าวชายแดน 1.1 พันล้านข่าว

ประเด็นสำคัญที่ได้ข้อสรุปจากการหารือร่วมกันมีดังนี้:

  • ให้ความสำคัญกับข่าวที่มีความเกี่ยวข้องกับความไม่สงบในชายแดนเป็นหลัก
  • การใช้เทคโนโลยีเอไอในการตรวจจับข่าวปลอม และการปิดกั้นข่าวปลอมทุกช่องทาง
  • การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามมาตรการการจัดการข่าวปลอม
  • หากพบว่ามีการดำเนินการด้านไอโอหรือด้านจิตวิทยา ขอให้ส่ง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อให้แจ้งแพลตฟอร์มออนไลน์ระงับการเผยแพร่
  • การยกระดับการยืนยันตัวตนบนสื่อออนไลน์ โดยผู้ที่จะลงโฆษณาต้องเป็นบริษัทที่มีการยืนยันตัวตน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการไปบางส่วนแล้ว

นายประเสริฐ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงขั้นตอนการปราบปรามข่าวปลอม โดยเมื่อรับทราบและตรวจสอบข่าวปลอมแล้ว จะกระจายข้อเท็จจริงไปยังประชาชน โดยกรมประชาสัมพันธ์และกระทรวงดีอีจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการกำหนด KPI ว่าภายใน 3 ชั่วโมงต้องสามารถวิเคราะห์ได้ และแจ้งกลับไปว่าเป็นข่าวปลอมหรือเป็นข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งข่าวปลอมได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ได้ทันที รัฐบาลจะทำการตรวจสอบให้

มาตรการจัดการกับ เฟกนิวส์ข่าวชายแดน ที่เข้มงวดขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ไปหารือและดูรายละเอียดในการดำเนินคดีกับผู้ที่ดำเนินการเรื่องข่าวปลอม และขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ไม่หวังดี ให้โพสต์ข้อความต่างๆ ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวที่บิดเบือน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รวมถึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงผู้ให้บริการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำไอโอ และดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสม

เมื่อถามถึงการปราบข่าวปลอมจากประเทศเพื่อนบ้าน นายประเสริฐ กล่าวว่า รวมด้วย โดยขั้นตอนปฏิบัติจะมีอยู่ 3 ขั้นตอน เมื่อได้รับข้อมูลจะมีการตรวจสอบ หากพบว่าเป็นข่าวปลอมจะรีบกระจายผลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง และจะจัดทำเป็นฉบับภาษาอังกฤษด้วย โดยใช้ช่องทางผ่านกรมประชาสัมพันธ์และสื่อต่างประเทศ สรุปคือรัฐบาลให้ความสำคัญกับ สถิติเฟกนิวส์ข่าวชายแดน เป็นอย่างมาก

สถิติเฟกนิวส์ข่าวชายแดน ที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงปี 2562 ถึงปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดการกับข้อมูลที่ผิดพลาดและบิดเบือน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ การที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยใช้เทคโนโลยีและมาตรการต่างๆ เพื่อตรวจจับและจัดการกับข่าวปลอม ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องและจำเป็น

การรับมือกับ สถิติเฟกนิวส์ข่าวชายแดน จำนวนมหาศาลนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเชื่อและส่งต่อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของข่าวปลอมและการสร้างความเข้าใจผิดในสังคม การตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกันต่อข้อมูลที่บิดเบือน

การเพิ่มขึ้นของสถิติข่าวปลอมเกี่ยวกับชายแดนจากปี 2562 ถึง 2568 แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถแยกแยะข่าวจริงและข่าวปลอมได้อย่างมีวิจารณญาณ นอกจากนี้ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากข่าวปลอมและสร้างสังคมที่รู้เท่าทันสื่อ

ที่มา – อึ้ง!ปี 62-68 พบสถิติเฟกนิวส์ข่าวชายแดน 1.1 พันล้านข่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *