อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง ประชาชนควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
สาเหตุสำคัญมาจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงอีกระลอกจากประเทศจีน ซึ่งกำลังแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้ และมีแนวโน้มเคลื่อนลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนกับทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกัน ลมตะวันออกยังพัดปกคลุมอ่าวไทย ประเทศไทย และทะเลอันดามัน จึงทำให้บางพื้นที่มีฝนฟ้าคะนอง ลมแรง และสภาพอากาศแปรปรวน
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง กระทบพื้นที่ใดบ้าง
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพฯ มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ แต่ยังอาจมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นเป็นบางจุด
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง พร้อมคำแนะนำด้านความปลอดภัย
เมื่อมีฝนฟ้าคะนองและลมแรง ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง เพราะอาจเสี่ยงถูกฟ้าผ่าหรือได้รับอันตรายจากสิ่งของที่ปลิวตามแรงลม นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการยืนใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา เสาไฟ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง หากอยู่ระหว่างเดินทาง ควรหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อหลบฝน และตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้าน
- ปิดประตูและหน้าต่างให้เรียบร้อยก่อนเกิดพายุฝน
- เก็บสิ่งของที่อาจปลิวตกลงมา เช่น กระถางต้นไม้ ป้าย หรือเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับสายไฟในช่วงฟ้าผ่า
- ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า และเว้นระยะห่างจากรถคันอื่น
- ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
พยากรณ์อากาศรายภาคและอุณหภูมิ
ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส และสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยเฉพาะนครสวรรค์ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณนครนายก สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงเกิน 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยเฉพาะพังงา ภูเก็ต ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพฯ และปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ผู้ที่ต้องเดินทางควรเผื่อเวลา เนื่องจากฝนอาจทำให้การจราจรติดขัดและมีน้ำรอการระบายในบางจุด
เตือนชาวเรือระวังคลื่นสูงบริเวณฝนตกหนัก
สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางเดินเรือก่อนออกจากฝั่ง พร้อมเพิ่มความระมัดระวังระหว่างเดินทาง หากพบกลุ่มฝนฟ้าคะนองควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว และควรเตรียมอุปกรณ์สื่อสารกับอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้พร้อม
โดยสรุป อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง ในหลายภูมิภาค ประชาชนควรไม่ประมาท วางแผนการเดินทางล่วงหน้า และติดตามประกาศฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ การเตรียมพร้อมเพียงเล็กน้อยจะช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มากในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน
ที่มา – อุตุฯ เตือน ‘เหนือ-อีสาน-กลาง-กทม.-ต.อ.’ ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง