เขื่อนลำปาวปิดประตูน้ำ ล่าปลาหมอคางดำ
บรรยากาศบริเวณสปิลเวย์เขื่อนลำปาวและลำน้ำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวปิดประตูระบายน้ำในช่วงปลายฤดูฝน เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เมื่อระดับน้ำท้ายเขื่อนลดลง ชาวบ้านจากหลายพื้นที่จึงนำสะดุ้ง แห อวน และตาข่ายออกมาจับปลาในบริเวณน้ำตื้นและตามซอกหิน
เหตุการณ์ เขื่อนลำปาวปิดประตูน้ำ ล่าปลาหมอคางดำ ได้รับความสนใจจากคนในชุมชน เนื่องจากหลายคนต้องการติดตามสถานการณ์ปลาหมอคางดำที่มีรายงานพบในพื้นที่ต้นน้ำ อย่างไรก็ตาม การจับปลาครั้งนี้ยังไม่พบปลาหมอคางดำบริเวณเขื่อนลำปาว พบเพียงปลานิลบางตัวที่มีลักษณะคล้ายกัน จึงจำเป็นต้องสังเกตและตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนสรุปชนิดปลา
เขื่อนลำปาวปิดประตูน้ำ ล่าปลาหมอคางดำ
ชาวบ้านจากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอยางตลาด อำเภอห้วยเม็ก และอำเภอกมลาไสย เดินทางมาจับปลาตั้งแต่ช่วงเช้า หลายคนบอกว่ามาร่วมกิจกรรมลักษณะนี้เป็นประจำทุกปี เพราะเป็นช่วงที่น้ำลดและสามารถจับปลาได้ง่ายขึ้น ปลาที่จับได้ส่วนใหญ่เป็นปลาพื้นถิ่น เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาเนื้ออ่อน และปลาหมู บางครอบครัวนำกลับไปประกอบอาหาร ขณะที่บางรายนำไปจำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อสร้างรายได้
เขื่อนลำปาวปิดประตูน้ำ ล่าปลาหมอคางดำ และเฝ้าระวังปลาต่างถิ่น
นางจันที พาภิรมย์ ชาวบ้านสะอาดนาทม เปิดเผยว่า ปีนี้ปริมาณปลาที่จับได้มีน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย ทั้งจำนวนคนที่ออกหาปลามากขึ้น ปริมาณฝนที่ไม่มากเท่าที่ควร และน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำลดลง นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับปลานักล่า เช่น ปลาชะโด ปลาตองลาย และปลากดคัง ซึ่งกินปลาเล็กเป็นอาหาร
ชาวบ้านบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ปลาหมอคางดำอาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ปลาพื้นถิ่นลดลง แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าปลาชนิดนี้เข้ามาแพร่พันธุ์ในบริเวณท้ายเขื่อนลำปาวแล้ว การพบปลาที่มีรูปร่างคล้ายกันจึงควรแจ้งเจ้าหน้าที่ประมงให้เข้าตรวจสอบ แทนการจับหรือเผยแพร่ข้อมูลโดยไม่มีการยืนยัน
สถานการณ์ปลาหมอคางดำในพื้นที่กาฬสินธุ์
ก่อนหน้านี้มีรายงานพบปลาหมอคางดำตามแนวพื้นที่ตั้งแต่รอยต่ออำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี กับตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย ลงมาถึงอำเภอหนองกุงศรีและอำเภอสหัสขันธ์ ชาวประมงพื้นบ้านมองว่าจำนวนปลาที่ตรวจพบอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะปลาชนิดนี้สามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูน้ำแดงหรือช่วงห้ามล่าสัตว์น้ำ ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคมถึง 15 สิงหาคมของทุกปี
มีรายงานจากกลุ่มไลน์ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ว่า พบปลาหมอคางดำเพิ่มอีก 10 ตัว โดยจับได้ที่บ้านคำเขื่อนแก้ว ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย จำนวน 5 ตัว และบ้านนาอวน-บ้านคำแคน ตำบลหนองสรวง อำเภอหนองกุงศรี อีก 5 ตัว ทำให้ยอดสะสมระหว่างวันที่ 31 สิงหาคมถึง 21 กันยายน อยู่ที่ 111 ตัว ตัวเลขดังกล่าวทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามการแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง
แยกปลาหมอคางดำกับปลานิลอย่างไร
เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์เร่งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้าน นักตกปลา และประมงพื้นบ้านเรียนรู้ลักษณะของปลาหมอคางดำ เพราะปลาชนิดนี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปลานิลได้ การแยกชนิดปลาควรพิจารณาหลายลักษณะร่วมกัน ไม่ควรดูจากสีหรือขนาดเพียงอย่างเดียว หากไม่แน่ใจ ควรถ่ายภาพให้เห็นลำตัวและศีรษะอย่างชัดเจน พร้อมระบุวันเวลาและสถานที่ที่จับได้ จากนั้นแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดหรือหน่วยงานท้องถิ่น
- ไม่ควรปล่อยปลาที่สงสัย กลับลงสู่แหล่งน้ำ เพราะอาจทำให้แพร่กระจายไปยังพื้นที่ใหม่
- ควรเก็บตัวอย่างอย่างระมัดระวัง และแยกจากปลาชนิดอื่นเพื่อรอการตรวจสอบ
- ควรบันทึกพิกัดหรือชื่อสถานที่ เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ประเมินแนวโน้มการแพร่ระบาด
- ไม่ควรแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน เพราะอาจทำให้ชุมชนเกิดความเข้าใจผิด
ความกังวลของชาวบ้านไม่ได้มีเพียงเรื่องปริมาณปลาที่จับได้ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสมดุลของระบบนิเวศในลำน้ำปาวและลำน้ำชี หากปลาต่างถิ่นขยายพันธุ์มากขึ้น อาจแย่งอาหารหรือพื้นที่วางไข่กับปลาพื้นถิ่น แม้ปลาหมอคางดำจะเป็นปลาที่จับมาบริโภคหรือแปรรูปได้ แต่การจัดการควรดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่ควรนำไปปล่อยต่อหรือเคลื่อนย้ายไปยังแหล่งน้ำอื่น
เส้นทางน้ำจากต้นกำเนิดบริเวณจังหวัดอุดรธานีไหลเข้าสู่ลำน้ำปาว ก่อนเชื่อมต่อไปยังแม่น้ำชี ซึ่งมีระบบชลประทานครอบคลุมหลายอำเภอ หากปลาหมอคางดำแพร่ลงสู่ลำน้ำสายหลักได้ การควบคุมอาจทำได้ยากขึ้น ดังนั้นการแจ้งเบาะแสตั้งแต่พบเห็นครั้งแรกจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนจับ คัดแยก และลดจำนวนปลาในแต่ละจุด
สำหรับชุมชนรอบเขื่อน การออกหาปลาในช่วงน้ำลดถือเป็นทั้งวิถีชีวิตและโอกาสสร้างรายได้ ปลาที่จับได้สามารถนำไปทำปลาแห้ง ปลาแดดเดียว ปลาร้า หรืออาหารพื้นบ้านอื่น ๆ แต่ควรจับด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการทำลายแหล่งวางไข่ เพื่อให้มีทรัพยากรสัตว์น้ำเหลือใช้ในฤดูกาลต่อไป
สถานการณ์ เขื่อนลำปาวปิดประตูน้ำ ล่าปลาหมอคางดำ จึงสะท้อนให้เห็นทั้งความสำคัญของการกักเก็บน้ำ วิถีประมงพื้นบ้าน และความจำเป็นในการเฝ้าระวังปลาต่างถิ่นไปพร้อมกัน ทุกคนสามารถช่วยได้ด้วยการสังเกตปลาอย่างรอบคอบ ไม่ปล่อยปลาที่สงสัยลงแหล่งน้ำ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบความผิดปกติ ความร่วมมือของชุมชนจะช่วยปกป้องลำน้ำปาวและระบบนิเวศในระยะยาวได้
ข้อแนะนำ: หากพบปลาที่มีลักษณะคล้ายปลาหมอคางดำ ควรถ่ายภาพและแจ้งหน่วยงานประมงในพื้นที่ทันที เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและวางมาตรการรับมืออย่างเหมาะสม อย่าปล่อยปลาหรือเคลื่อนย้ายไปยังแหล่งน้ำอื่นโดยเด็ดขาด
ที่มา – เขื่อนลำปาวปิดประตูระบายน้ำ! ชาวบ้านแห่ทอดแหคึกคัก ล่า ‘ปลาหมอคางดำ’





