เครือข่ายปกป้องแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง ยื่นหนังสือจี้เมียนมาหยุดเหมืองแร่

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมบริเวณชายแดนไทย-เมียนมากันอยู่บ้างนะครับ โดยล่าสุดเกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญจาก เครือข่ายปกป้องแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง ยื่นหนังสือจี้เมียนมาหยุดเหมืองแร่ หลังจากที่ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับปัญหาการปนเปื้อนของสารพิษที่อาจไหลข้ามพรมแดนมาส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนไทยและพี่น้องในลุ่มน้ำโขง

เครือข่ายปกป้องแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง ยื่นหนังสือจี้เมียนมาหยุดเหมืองแร่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่หน้าสถานกงสุลเมียนมา จังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของตัวแทนเครือข่ายฯ ที่นำตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำสายหลักทั้ง 4 สาย มาเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมาหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่พวกเขาก่อขึ้นจากการทำเหมืองแร่

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหมืองแร่ข้ามพรมแดน

ดร.สืบสกุล กิจนุกร ตัวแทนเครือข่ายฯ ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า การที่ทางกลุ่มต้องเดินทางมาในวันนี้ ไม่ได้ทำเพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของคนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเสียงของชาวเมียนมาที่ได้รับผลกระทบแต่ไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงออกมา ซึ่งปัญหานี้ถือเป็นเรื่องระดับภูมิภาคที่ต้องเร่งแก้ไข โดยผลกระทบที่น่ากังวลประกอบด้วย:

  • ระบบนิเวศทางน้ำที่ได้รับความเสียหายจากสารเคมีตกค้าง
  • ห่วงโซ่อาหารปนเปื้อน ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคปลายน้ำ
  • อาชีพเกษตรกรรมและการประมงท้องถิ่นได้รับความเสียหายอย่างหนัก
  • ภาคการท่องเที่ยวทางน้ำและชุมชนริมฝั่งเสื่อมโทรมลง

นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังตั้งข้อสังเกตถึงการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยและเมียนมาว่าควรมีความเข้มงวดมากขึ้น เพราะการตรวจสอบคุณภาพน้ำตามข้อตกลงเดิมอาจยังไม่เพียงพอที่จะปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศได้ เครือข่ายปกป้องแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง ยื่นหนังสือจี้เมียนมาหยุดเหมืองแร่ ครั้งนี้ จึงเป็นการกดดันให้รัฐบาลไทยพิจารณาระงับการนำเข้าแร่จากแหล่งที่มีปัญหา จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นและมีการแก้ไขที่จับต้องได้จริง

กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่มีการจำลองสถานการณ์ส่งต่อน้ำปนเปื้อน ถือเป็นการสะท้อนภาพจำลองที่เจ็บปวดแต่ทรงพลังว่า สารพิษไม่เคยรู้จักพรมแดน และหากเราไม่ร่วมมือกันปกป้องตั้งแต่วันนี้ ผลลัพธ์ที่จะตามมาอาจยากเกินกว่าจะเยียวยาได้

ในฐานะคนไทยและผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำสายนี้ เราคงต้องส่งกำลังใจให้การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนประสบความสำเร็จ และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างโปร่งใส เพื่อให้แม่น้ำสายสำคัญของเรากลับมาใสสะอาดและปลอดภัยอีกครั้ง

ที่มา – เครือข่ายปกป้องแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง ยื่นหนังสือจี้เมียนมาหยุดเหมืองแร่ หวั่นสารพิษปนเปื้อนข้ามแดน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *