เคสแรกปี69! อุทยานเอราวัณสกัดไฟป่า พบรอยพรานแสบจุดไฟล่าสัตว์ไล่ติดบ่วง
เคสแรกปี69! อุทยานเอราวัณสกัดไฟป่า พบรอยพรานแสบจุดไฟล่าสัตว์ไล่ติดบ่วง
ในช่วงต้นปี 2569 นี้ เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจขึ้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยอดนิยมของจังหวัดกาญจนบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้สกัดเหตุการณ์ไฟป่าและพบร่องรอยการกระทำอันน่ารังเกียจของพรานแสบ ที่จงใจจุดไฟเพื่อไล่สัตว์ป่าให้วิ่งไปติดบ่วงดักสัตว์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและส่งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศอย่างรุนแรง
เหตุการณ์ไฟป่าครั้งแรกของปีที่อุทยานเอราวัณ
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 18:20 น. เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ที่ อว.3 (วังบาดาล) ได้ออกลาดตระเวนตามภารกิจประจำวัน และตรวจพบกลุ่มควันหนาแน่นบริเวณป่าบ้านหลังสถานีรถไฟ หมู่ที่ 3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี แม้จุดเกิดเหตุจะอยู่นอกเขตอุทยาน แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าสู่พื้นที่ป่าอนุรักษ์ เจ้าหน้าที่จึงรีบระดมกำลังร่วมกับสถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ รวมทั้งสิ้น 18 นาย เข้าสกัดเพลิงในทันที
ด้วยความรวดเร็วและประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ สามารถควบคุมไฟได้ภายในเวลา 18:30 น. และดับสนิทในเวลา 19:40 น. โดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมีประมาณ 2 ไร่ ซึ่งถือว่ายังควบคุมสถานการณ์ได้ดีไม่ลุกลามไปมากกว่านี้
พบร่องรอยการล่าสัตว์ด้วยการจุดไฟ
หลังจากดับไฟเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด และพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดว่า ไฟป่าครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ตามธรรมชาติ หรือการเผาเพื่อหาของป่าทั่วไป แต่เป็นการ “จงใจจุดไฟเพื่อไล่สัตว์ให้ติดบ่วง” ซึ่งพรานแสบได้วางบ่วงดักสัตว์ไว้ในทิศทางเหนือลม หรือเส้นทางที่คาดว่าสัตว์ป่าจะวิ่งหนีไฟ เพื่อให้สัตว์ที่ตกใจกลัววิ่งเข้าไปติดกับดักที่เตรียมไว้
พฤติกรรมการล่าสัตว์ด้วยวิธีนี้ถือเป็นการกระทำที่อันตรายและไร้ความปรานี ไม่เพียงแต่ทำลายความสมดุลของธรรมชาติ แต่ยังส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศในระยะยาว
ความคิดเห็นจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า นี่เป็นเคสแรกของปีนี้ที่พบร่องรอยชัดเจนว่ามีการจงใจทำให้เกิดไฟป่าเพื่อการล่าสัตว์ ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงและไม่สามารถยอมรับได้
“ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ขยายผลตรวจสอบเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมสั่งปูพรมตรวจหาบ่วงดักสัตว์และเครื่องมือล่าสัตว์ในแนวเขตอุทยานฯ ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ป่า” อธิบดีกล่าว
ภัยคุกคามต่อสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม
การล่าสัตว์ด้วยการจุดไฟเพื่อไล่สัตว์ให้ติดบ่วง เป็นหนึ่งในวิธีการล่าสัตว์ที่โหดเหี้ยมและทำลายธรรมชาติอย่างรุนแรง วิธีนี้ไม่เพียงแต่ทำให้สัตว์ป่าบาดเจ็บหรือตายอย่างทรมาน แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวม ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าลุกลามในพื้นที่ป่าอื่น ๆ
นอกจากนี้ การทำลายป่าด้วยการจุดไฟยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ และอาจทำให้เกิดปัญหามลพิษหมอกควันในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยรวม
ความร่วมมือจากประชาชน
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่า หรือพบเหตุไฟป่า สามารถแจ้งสายด่วนกรมอุทยานฯ 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก และช่วยรักษาความสมดุลของธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานในอนาคต
เคสแรกปี69! อุทยานเอราวัณสกัดไฟป่า พบรอยพรานแสบจุดไฟล่าสัตว์ไล่ติดบ่วง เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความท้าทายที่หน่วยงานอนุรักษ์ต้องเผชิญ และเป็นการเตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมมือกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติของเรา
ที่มา – เคสแรกปี69! อุทยานฯเอราวัณ สกัดไฟป่า พบรอยพรานแสบจุดไฟล่าสัตว์ไล่ติดบ่วง






