เจาะลึก โอเปกพลัส อนุมัติเพิ่มโควตาผลิตน้ำมันครั้งที่สี่
เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจโลก คงกำลังเฝ้าสังเกตสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะข่าวล่าสุดที่ โอเปกพลัส อนุมัติเพิ่มโควตาผลิตน้ำมันครั้งที่สี่ นับตั้งแต่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่ส่งผลกระทบต่อตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ
สถานการณ์วิกฤติเมื่อ โอเปกพลัส อนุมัติเพิ่มโควตาผลิตน้ำมันครั้งที่สี่ นับตั้งแต่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ
เหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงัก ส่งผลให้เกิดวิกฤติอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี สมาชิกหลักของกลุ่มได้พยายามหาทางออก แต่การถอนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ยิ่งทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนและท้าทายมากขึ้นไปอีก
ผลกระทบและรายละเอียดเมื่อ โอเปกพลัส อนุมัติเพิ่มโควตาผลิตน้ำมันครั้งที่สี่ นับตั้งแต่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สำหรับการปรับเพิ่มโควตาในครั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:
- ประเทศสมาชิก 7 ประเทศตัดสินใจเพิ่มเป้าหมายการผลิตอีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือน ก.ค. เป็นต้นไป
- ตัวเลขดังกล่าวลดลงจากการปรับเพิ่มในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา
- การคำนวณโควตาครั้งนี้ได้พิจารณาถึงปัจจัยการถอนตัวของสมาชิกอย่างยูเออีเข้าไปด้วย
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญรวมถึงนักวิเคราะห์จาก ไรสแตด เอเนอร์จี มองว่าแม้ทางกลุ่มจะประกาศเพิ่มกำลังการผลิต แต่หากช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิดทำการ ผลกระทบที่มีต่อราคาน้ำมันในตลาดอาจยังมีจำกัด และหากสถานการณ์พลิกผันให้ช่องแคบนี้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ อาจทำให้ตลาดเปลี่ยนจากภาวะขาดแคลนไปสู่ภาวะอุปทานล้นเกินได้อย่างรวดเร็ว
ในมุมมองของนักลงทุน นี่คือช่วงเวลาที่ต้องจับตามองปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าแค่ตัวเลขกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว เพราะตลาดน้ำมันมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสูงมากครับ
ที่มา – “โอเปกพลัส” อนุมัติเพิ่มโควตาผลิตน้ำมันครั้งที่สี่ นับตั้งแต่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ