เจาะลึกปมร้อน “สิทธิสุขภาพ” ในมือนักการเมือง

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวร้อนแรงในวงการสาธารณสุขไทย เมื่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตัดสินใจบรรจุยาฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพลงในชุดสิทธิประโยชน์บัตรทอง สร้างงบประมาณกว่า 145 ล้านบาท ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิ์กว่า 2 หมื่นคน ซึ่งคำถามที่ตามมาทันทีคือ ความเป็นธรรมและการจัดลำดับความสำคัญของ “สิทธิสุขภาพ” ในมือนักการเมือง นั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานอะไรกันแน่

“สิทธิสุขภาพ” ในมือนักการเมือง กับความเหลื่อมล้ำที่น่าตั้งคำถาม

ในขณะที่การเข้าถึงยาฮอร์โมนกลายเป็นสิทธิ์ใหม่ที่ได้รับความสนใจ แต่หากหันไปมองกรณีของวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส หรือ “วัคซีนไอพีดี” ที่ตัวแทนกุมารแพทย์พยายามผลักดันมานานนับทศวรรษเพื่อให้เด็กไทยได้รับสิทธิ์ฟรี กลับถูกปัดตกหรือยื้อเวลาด้วยเหตุผลด้านความคุ้มค่าและความพร้อมเรื่องงบประมาณมาโดยตลอด การเปรียบเทียบระหว่างสองเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลไกการตัดสินใจที่หลายฝ่ายมองว่าอาจไม่ได้มาจากความเป็นความตายของโรคเพียงอย่างเดียว

เบื้องหลังการตัดสินใจที่ต้องหาคำตอบ

ปัญหาที่น่ากังวลคือ ในยุคที่งบประมาณด้านสาธารณสุขมีจำกัด โรงพยาบาลหลายแห่งยังขาดแคลนสภาพคล่องจนต้องรับบริจาค การจัดลำดับความสำคัญของ “สิทธิสุขภาพ” ในมือนักการเมือง จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า เป็นการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่เป้าหมายหลักของกองทุนบัตรทอง หรือเป็นการตอบสนองนโยบายเพื่อสร้างฐานเสียงทางการเมืองกันแน่ สังเกตได้จากการอนุมัติสิทธิ์บางอย่างที่ดูเหมือนจะขาดแนวทางปฏิบัติ (Guideline) ที่ชัดเจนและข้อมูลผลกระทบความปลอดภัยรองรับ

  • ขาดมาตรการรองรับทางการแพทย์ที่เพียงพอ
  • สงสัยในเรื่องความเท่าเทียมระหว่างกลุ่มเป้าหมาย
  • คำถามต่อความยั่งยืนของงบประมาณบัตรทอง

ล่าสุด นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา ได้ตั้งคำถามถึงความคุ้มทุนและการอนุมัติสิทธิ์โดยไม่มีรายงานการศึกษาที่ชัดเจน ซึ่งประเด็นที่คนไทยยังคงคาใจไม่น้อยไปกว่าเรื่องตัวยา คือแล้วตัวหัตถการผ่าตัดแปลงเพศเองนั้น ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และการจัดสรรสิทธิประโยชน์ในอนาคตจะมีบรรทัดฐานที่ชัดเจนกว่านี้หรือไม่

บทเรียนในเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ระบบสาธารณสุขควรเป็นของประชาชน ไม่ใช่เครื่องมือในการสร้างภาพลักษณ์เพียงชั่วคราวของใครคนใดคนหนึ่ง การตั้งคำถามต่อผู้กำหนดนโยบายจึงสำคัญและจำเป็นที่สุด หากเราต้องการให้เงินภาษีของเราถูกใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

ที่มา – “สิทธิสุขภาพ” ในมือนักการเมือง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *