เดนมาร์กชี้สหรัฐไร้สิทธิพิเศษขุดทรัพยากรกรีนแลนด์
ประเด็นทรัพยากรธรรมชาติในกรีนแลนด์กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศเตรียมเดินหน้าสำรวจน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุในพื้นที่ขนาดใหญ่ของดินแดนปกครองตนเองแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม เดนมาร์กออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า สหรัฐไม่ได้รับสิทธิพิเศษเหนือกว่านักลงทุนจากประเทศอื่นในการเข้าถึงทรัพยากรของกรีนแลนด์
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความละเอียดอ่อนทั้งด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ ความมั่นคง และอธิปไตย เพราะกรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก แม้จะมีอำนาจบริหารจัดการภายในหลายด้าน แต่เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและการอนุญาตให้บริษัทต่างชาติเข้ามาดำเนินโครงการ ยังคงต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง
เดนมาร์กชี้สหรัฐไร้สิทธิพิเศษขุดทรัพยากรกรีนแลนด์
กระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์กระบุว่า การสำรวจหรือพัฒนาทรัพยากรในกรีนแลนด์ต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ รวมถึงข้อตกลงไตรภาคีที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ข้อตกลงนี้ไม่ได้เปิดทางให้บริษัทหรือนักลงทุนจากสหรัฐได้รับอภิสิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ
นอกจากนี้ นักลงทุนจากสหรัฐยังไม่มีสิทธิพิเศษเหนือกว่านักลงทุนจากประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และประเทศคู่ค้าหรือพันธมิตรของ NATO การพิจารณาโครงการต่าง ๆ จึงต้องอาศัยหลักเกณฑ์เดียวกัน และต้องผ่านกระบวนการอนุมัติที่กำหนดไว้อย่างเป็นทางการ
เดนมาร์กชี้สหรัฐไร้สิทธิพิเศษขุดทรัพยากรกรีนแลนด์อย่างชัดเจน
จุดยืนของเดนมาร์กเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์กล่าวถึงแผนการสำรวจทรัพยากรครั้งใหญ่ในกรีนแลนด์ พร้อมใช้ถ้อยคำที่แสดงถึงความสนใจเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยเฉพาะทรัพยากรพลังงานและแร่ธาตุสำคัญที่อาจมีบทบาทต่ออุตสาหกรรมสมัยใหม่ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทานของโลก
ทรัมป์ยังกล่าวถึงกรีนแลนด์ในลักษณะเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐ รวมถึงการมีพื้นที่ทางทหารและระบบป้องกันประเทศในเขตอาร์กติก แต่เดนมาร์กยืนยันว่า ความร่วมมือด้านความมั่นคงไม่ใช่ใบอนุญาตให้สหรัฐเข้าควบคุมทรัพยากร หรือกำหนดทิศทางการพัฒนาของกรีนแลนด์เพียงฝ่ายเดียว
กฎหมายกรีนแลนด์จำกัดการสำรวจน้ำมันและยูเรเนียม
กรีนแลนด์มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา มีการห้ามทำเหมืองยูเรเนียมและยุติการอนุญาตสำรวจน้ำมันในอนาคต นโยบายดังกล่าวเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อธรรมชาติ ระบบนิเวศ ชุมชนท้องถิ่น และวิถีชีวิตของประชาชนที่พึ่งพาทรัพยากรในพื้นที่
แม้กรีนแลนด์จะมีแหล่งแร่และทรัพยากรที่ถูกมองว่ามีศักยภาพสูง แต่การนำทรัพยากรเหล่านั้นขึ้นมาใช้จริงไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐบาลต้องพิจารณาทั้งความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ต้นทุนการขนส่ง สภาพอากาศที่รุนแรง ความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสิทธิของชุมชนพื้นเมืองและความต้องการของประชาชนในกรีนแลนด์
กรณีของบริษัทกรีนแลนด์ เอนเนอร์จี ซึ่งมีฐานอยู่ในรัฐเทกซัสของสหรัฐ กำลังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากบริษัทมีแผนเจาะสำรวจน้ำมันนอกชายฝั่งตะวันออกของกรีนแลนด์ในปี 2570 แต่ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีใบอนุญาตของตนเอง จึงต้องรอการพิจารณาว่าใบอนุญาตที่ได้รับก่อนประกาศห้ามสำรวจน้ำมันนั้นยังสามารถนำมาใช้ได้หรือไม่
- กรีนแลนด์ห้ามทำเหมืองยูเรเนียมตั้งแต่ปี 2564
- มีการยุติการอนุญาตสำรวจน้ำมันในอนาคต
- บริษัทต่างชาติต้องปฏิบัติตามกฎหมายของเดนมาร์กและกรีนแลนด์
- ใบอนุญาตเดิมต้องผ่านการตรวจสอบก่อนดำเนินโครงการ
- การพัฒนาโครงการต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสิทธิของชุมชน
ความมั่นคงกับสิทธิในการกำหนดอนาคตของกรีนแลนด์
ในด้านความมั่นคง สหรัฐ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ได้บรรลุข้อตกลงที่เปิดทางให้สหรัฐเพิ่มกำลังทหารบนเกาะ รวมถึงการจัดตั้งฐานทัพใหม่ 2 แห่ง และการพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธที่เรียกว่า “โกลเดน โดม” ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคงในเขตอาร์กติก ซึ่งกำลังมีความสำคัญมากขึ้นจากการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงด้านความมั่นคงยังคงยืนยันอธิปไตยของเดนมาร์ก และรับรองสิทธิของชาวกรีนแลนด์ในการกำหนดอนาคตของตนเอง การเพิ่มบทบาททางทหารของสหรัฐจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการโอนสิทธิในการควบคุมทรัพยากร หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะทางการเมืองของกรีนแลนด์
นักวิเคราะห์มองว่า ท่าทีล่าสุดของทรัมป์สะท้อนว่าสหรัฐยังคงให้ความสำคัญกับกรีนแลนด์ทั้งในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์และแหล่งทรัพยากร แม้จะมีข้อตกลงด้านความมั่นคงร่วมกันก็ตาม ประเด็นนี้อาจนำไปสู่การเจรจาที่ซับซ้อนมากขึ้นระหว่างสหรัฐ เดนมาร์ก และรัฐบาลกรีนแลนด์ โดยเฉพาะเรื่องขอบเขตอำนาจ สิทธิในการอนุมัติโครงการ และมาตรฐานการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
สำหรับประชาชนทั่วไป ข่าวนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับการเมืองระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับอนาคตของพลังงาน แร่สำคัญสำหรับเทคโนโลยี และการแข่งขันในภูมิภาคอาร์กติก หากมีการสำรวจหรือขุดทรัพยากรจริง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอาจเกิดขึ้นมาก แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและความขัดแย้งเรื่องสิทธิของคนในพื้นที่
บทสรุป เดนมาร์กยืนยันว่า สหรัฐไม่มีสิทธิพิเศษในการขุดหรือสำรวจทรัพยากรของกรีนแลนด์ แม้จะมีความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิดก็ตาม ทุกโครงการยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย การอนุมัติ และความยินยอมของผู้เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม มุมมองที่น่าติดตามคือ กรีนแลนด์จะสามารถรักษาสมดุลระหว่างโอกาสทางเศรษฐกิจ การคุ้มครองธรรมชาติ และสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างไร หากคุณสนใจข่าวพลังงาน การเมืองระหว่างประเทศ และสถานการณ์อาร์กติก ควรติดตามพัฒนาการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
ที่มา – เดนมาร์กลั่น สหรัฐไร้สิทธิพิเศษขุดทรัพยากรกรีนแลนด์ หลังทรัมป์ประกาศลุยสำรวจ