เทวฤทธิ์ยืนยันรวมตัวห้องจูปิเตอร์

เทวฤทธิ์ยืนยันรวมตัวห้องจูปิเตอร์ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง หลังมีรายชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ถูกร้องคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. จำนวน 427 คน โดยเจ้าตัวยืนยันว่า การรวมกลุ่มดังกล่าวไม่มีการจัดเลี้ยงอาหารหรือน้ำดื่ม และไม่มีการจ่ายเงินเพื่อจูงใจให้ใครลงคะแนน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการพบปะและทำความรู้จักกันตามธรรมชาติของกระบวนการเลือก สว.

เมื่อวันที่ 21 กันยายน เวลา 14.00 น. นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. โดยขอความเป็นธรรมและขอรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง หลังพบว่าชื่อตนเองและ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ปรากฏอยู่ในกลุ่มผู้ถูกร้อง แม้ก่อนหน้านี้ กกต. จะมีมติเอกฉันท์ยกคำร้องในบางประเด็นไปแล้วก็ตาม

เทวฤทธิ์ยืนยันรวมตัวห้องจูปิเตอร์ ไม่มีจัดเลี้ยง

นายเทวฤทธิ์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการติดต่อจาก กกต. เพื่อเรียกไปให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เจ้าตัวมองว่า หากผู้ถูกร้องไม่ทราบรายละเอียดและไม่มีโอกาสชี้แจง ย่อมทำให้เกิดคำถามเรื่องความโปร่งใสและความชอบธรรมของกระบวนการตรวจสอบ

สำหรับการเดินทางไปยังห้องจูปิเตอร์ อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายเทวฤทธิ์ยอมรับว่าเดินทางไปจริง โดยผู้สมัครบางส่วนได้รับสายรัดข้อมือ หรือ Wristband สีฟ้าหรือสีเขียว เพื่อใช้แยกกลุ่มผู้สมัคร อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าในสถานที่ดังกล่าวไม่มีการจัดอาหารหรือน้ำให้ผู้เข้าร่วม ทุกคนสามารถซื้อรับประทานได้ด้วยตนเอง และไม่มีการมอบทรัพย์สินหรือผลประโยชน์เพื่อแลกกับคะแนนเสียง

เทวฤทธิ์ยืนยันรวมตัวห้องจูปิเตอร์ เป็นการแนะนำตัว

ประเด็นที่สื่อมวลชนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับฟังการพูดคุย นายเทวฤทธิ์อธิบายว่า ขณะนั้นมีระเบียบของ กกต. ข้อ 11 ซึ่งห้ามผู้สมัครสัมภาษณ์กับสื่อ จึงจำเป็นต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดภาพหรือคลิปที่อาจถูกนำไปใช้เป็นเหตุร้องเรียนในภายหลัง การจำกัดการเข้าถึงของสื่อจึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงตามกติกาที่ผู้สมัครต้องปฏิบัติตาม ไม่ใช่การปกปิดกิจกรรมหรือการจัดเลี้ยงแต่อย่างใด

ในมุมมองของนายเทวฤทธิ์ ระบบการเลือก สว. มีลักษณะที่ทำให้ผู้สมัครจำเป็นต้องทำความรู้จักและแนะนำตัวกัน หากผู้สมัครไม่สื่อสารกับคนอื่นเลย ก็อาจไม่มีใครรู้จักและไม่สามารถตัดสินใจเลือกได้ เขาจึงเห็นว่าการรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดอย่างเปิดเผยไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการฮั้วโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีเส้นทางการเงินหรือการจ่ายผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

เจ้าตัวย้ำว่า กลุ่มของตนมีแนวคิดร่วมกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องการให้มี สว. อย่างน้อยหนึ่งในสามเข้าไปทำหน้าที่เพื่อปลดล็อกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การรณรงค์จึงเป็นการสื่อสารทางการเมืองตามเป้าหมายที่ประกาศไว้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่การจ้างวาน หลอกลวง ข่มขู่ หรือซื้อเสียง

ประเด็นที่นายเทวฤทธิ์ต้องการให้ตรวจสอบ

  • ความชัดเจนในการแจ้งข้อกล่าวหาและการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องชี้แจง
  • รายละเอียดของรายชื่อผู้ถูกร้องจำนวน 427 คน และเหตุผลที่แต่ละคนถูกกล่าวถึง
  • ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรวมตัวที่ห้องจูปิเตอร์ อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี
  • หลักฐานเรื่องการจัดเลี้ยง การให้สินจ้าง หรือการจ่ายเงินเพื่อจูงใจผู้สมัคร
  • การตีความระหว่างการแนะนำตัวตามปกติกับการกระทำที่เข้าข่ายฮั้วเลือก สว.

นอกจากนี้ นายเทวฤทธิ์กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบว่า เขาพร้อมให้ความร่วมมือและยินดีเข้าสู่การตรวจสอบตามขั้นตอน ขอเพียงกระบวนการดังกล่าวมีความเป็นธรรม เปิดเผยหลักเกณฑ์ชัดเจน และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างเท่าเทียมกัน

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงคำสั่งศาลปกครองและการเพิกถอนระเบียบเกี่ยวกับการแนะนำตัว นายเทวฤทธิ์ยืนยันว่า การเพิกถอนดังกล่าวเป็นเรื่องข้อจำกัดด้านเอกสาร ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครจะสามารถนำโพยเข้าไปในคูหาได้ เขาจึงเห็นว่าไม่ควรนำเรื่องนี้มาเหมารวมว่าผู้สมัครเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด เพราะ กกต. ยังมีอำนาจออกระเบียบเพื่อควบคุมและป้องกันการทุจริตให้เหมาะสมกับสถานการณ์

กรณีนี้จึงมีสองประเด็นที่สังคมควรแยกออกจากกันให้ชัดเจน ประเด็นแรกคือการตรวจสอบว่ามีการให้เงินหรือผลประโยชน์เพื่อแลกคะแนนจริงหรือไม่ ส่วนประเด็นที่สองคือการรวมตัวเพื่อทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนแนวคิด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของการเลือกตั้ง การตัดสินว่าการกระทำใดผิดควรอาศัยพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงภาพการรวมกลุ่มหรือการคาดเดาจากสีของสายรัดข้อมือ

ท้ายที่สุด สังคมควรติดตามคำชี้แจงจาก กกต. อย่างใกล้ชิด และเปิดพื้นที่ให้ผู้ถูกกล่าวหาได้อธิบายข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ เพราะความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือก สว. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความโปร่งใส ขั้นตอนที่เป็นธรรม และการสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะอย่างครบถ้วนด้วย

มุมมอง: การตรวจสอบควรเดินหน้าอย่างจริงจัง แต่ต้องแยกให้ออกระหว่างการรวมตัวเพื่อแนะนำตัวกับการฮั้วที่มีการจ่ายผลประโยชน์ หากทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและหลักฐานถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือก สว. ก็จะมีโอกาสกลับมาได้มากขึ้น

ที่มา – ‘เทวฤทธิ์’ยันรวมต้วห้องจูปิเตอร์ ไม่มีจัดเลี้ยง ชี้ระบบบีบให้ฮั้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *