เนปาลระบายน้ำทะเลสาบธารน้ำแข็งลดเสี่ยงอุทกภัย
เนปาลเดินหน้าโครงการครั้งสำคัญเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โดยเตรียมระบายน้ำออกจากทะเลสาบธารน้ำแข็งหลายแห่งในพื้นที่ภูเขาหิมาลัย เป้าหมายหลักคือการลดโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อชุมชน ถนน สะพาน และพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ปลายน้ำ
แผนงานดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากพื้นที่ชายแดนเนปาลที่ติดกับจีนเผชิญเหตุธารน้ำแข็งถล่มเมื่อเดือนสิงหาคม เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากลงมาตามหุบเขา ส่งผลให้มีผู้สูญหายมากกว่า 5,000 คน ขณะที่ทีมกู้ภัยยังคงค้นหาและประเมินความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
เนปาลระบายน้ำทะเลสาบธารน้ำแข็งลดเสี่ยงอุทกภัย
นายสุบัช ตุลธาดาร์ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยอุทกวิทยาและทรัพยากรน้ำของรัฐบาลเนปาล เปิดเผยว่า โครงการนี้จะเริ่มจากการออกแบบและศึกษารายละเอียดของทะเลสาบธารน้ำแข็งในพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของประเทศ ได้แก่ ทะเลสาบธุลากิ บารุนล่าง ลุมดิง โช และฮงกุ 2
งานศึกษาจะเริ่มภายในปีงบประมาณนี้ ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2570 การสำรวจอย่างละเอียดมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละพื้นที่มีสภาพภูมิประเทศ ระดับความสูง และความมั่นคงของธารน้ำแข็งแตกต่างกัน การวางแผนที่รอบคอบจะช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการก่อสร้างและการระบายน้ำ
โครงการเนปาลระบายน้ำทะเลสาบธารน้ำแข็งต้องใช้เทคโนโลยีและความปลอดภัย
แนวทางหลักของโครงการคือการขุดคลองเพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำใกล้เคียง โดยควบคุมอัตราการไหลผ่านโครงสร้างที่ติดตั้งประตูระบายน้ำ ระบบดังกล่าวจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถบริหารระดับน้ำได้อย่างเป็นขั้นตอน ไม่ปล่อยน้ำออกมากเกินไปจนกระทบพื้นที่ปลายน้ำ
อย่างไรก็ตาม การทำงานบนพื้นที่สูงเป็นเวลานานมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของคนงาน ทั้งสภาพอากาศที่หนาวจัด ออกซิเจนเบาบาง การเดินทางลำบาก และความไม่แน่นอนของสภาพธารน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักหรืออุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
โครงการนี้ใช้งบประมาณประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,676 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นดีพี และรัฐบาลเนปาล เงินทุนจะครอบคลุมทั้งการศึกษาข้อมูล การก่อสร้าง การติดตั้งระบบเฝ้าระวัง และการเตรียมความพร้อมของชุมชน
ระบบเตือนภัยช่วยปกป้องชุมชนปลายน้ำ
นอกจากการลดระดับน้ำในทะเลสาบแล้ว โครงการยังรวมถึงการติดตั้งเซ็นเซอร์ ระบบพยากรณ์ และระบบเตือนภัยน้ำท่วม เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยตรวจวัดระดับน้ำ การเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็ง และความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแบบใกล้เคียงเรียลไทม์ เมื่อพบสัญญาณผิดปกติ เจ้าหน้าที่จะสามารถแจ้งเตือนประชาชนให้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงได้เร็วขึ้น
การสร้างความยืดหยุ่นให้กับพื้นที่ปลายน้ำก็มีความสำคัญไม่แพ้การก่อสร้างโครงสร้างระบายน้ำ ชุมชนควรมีแผนอพยพ จุดปลอดภัย เส้นทางหนีภัย และการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เพราะแม้จะมีระบบวิศวกรรมที่ทันสมัย แต่การตอบสนองของประชาชนในช่วงวิกฤตก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการสูญเสีย
- ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำและการเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็ง
- พัฒนาระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนน้ำท่วมให้เข้าถึงชุมชนอย่างรวดเร็ว
- จัดทำเส้นทางอพยพและพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน
- ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครให้รับมือกับเหตุฉุกเฉิน
- ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง
เนปาลเคยมีประสบการณ์ในการลดความเสี่ยงจากทะเลสาบธารน้ำแข็งมาแล้ว โดยสามารถลดระดับน้ำในทะเลสาบทโชโรลปา ซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยตอนกลาง ลงได้ 3 เมตรในปี 2543 นอกจากนี้ ยังเคยลดระดับน้ำในทะเลสาบอิมจา ใกล้กับยอดเขาเอเวอเรสต์ เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน
ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า การจัดการทะเลสาบธารน้ำแข็งสามารถทำได้ แต่ต้องอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การลงทุนระยะยาว และความร่วมมือจากหลายฝ่าย โครงการเนปาลระบายน้ำทะเลสาบธารน้ำแข็งลดเสี่ยงอุทกภัยจึงไม่ได้เป็นเพียงงานก่อสร้าง แต่เป็นแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
คาดว่าการระบายน้ำผ่านโครงสร้างที่มีประตูควบคุมจะเริ่มได้หลังการศึกษารายละเอียดเสร็จสิ้น และโครงการทั้งหมดอาจใช้เวลานานถึง 6 ปีจึงจะแล้วเสร็จ ระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานบนภูเขาสูงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความแม่นยำ และผลกระทบระยะยาวมากกว่าความรวดเร็ว
มุมมองสำคัญ: การรับมือทะเลสาบธารน้ำแข็งไม่ควรรอให้เกิดภัยพิบัติแล้วจึงลงมือ เนปาลกำลังแสดงให้เห็นว่าการลงทุนกับระบบเตือนภัย โครงสร้างพื้นฐาน และการเตรียมชุมชนล่วงหน้า สามารถช่วยลดความสูญเสียในอนาคตได้ ประเทศที่มีพื้นที่ภูเขาและเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวนก็ควรนำแนวทางนี้ไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง
ติดตามความคืบหน้าของโครงการและร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อม เพราะการป้องกันที่เริ่มต้นวันนี้อาจช่วยรักษาชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนได้ในวันข้างหน้า
ที่มา – เนปาลเตรียมระบายน้ำออกจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง หวังลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในอนาคต