เปิด 3 กลุ่มเป้าหมายคดีเขาปากเตรียม!
ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าและการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3ก. โดยมิชอบที่เขาปากเตรียม อ.สุขสำราญ จ.ระนอง กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง กรมป่าไม้ได้เข้าดำเนินการอย่างจริงจัง โดยแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริต พร้อมเร่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ทับซ้อนกับป่า เป้าหมายหลักคือหยุดยั้งการตัดไม้ใหญ่เพื่อพัฒนาอสังหาฯ รองรับโครงการแลนด์บริดจ์ ล่าสุดมีการสนธิกำลังขนไม้ซุงของกลางออกจากพื้นที่
เปิด 3 กลุ่มเป้าหมายคดีเขาปากเตรียม!
ในคดีนี้ กรมป่าไม้และ บก.ปทส. ได้กำหนดผู้ต้องสงสัยไว้ชัดเจน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก เพื่อให้การสืบสวนรวดเร็วและแม่นยำ นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพยัคฆ์ไพร เปิดเผยว่ากลุ่มเหล่านี้คือหัวใจของการบุกรุก โดยมีการตรวจยึดพื้นที่ป่าที่บุกรุก 3 แปลง เนื้อที่ 81 ไร่ 36 ตารางวา และไม้ 41 ท่อน ปริมาตร 115 ลูกบาศก์เมตร
- กลุ่มผู้ทำไม้: กลุ่มที่ลงมือตัดไม้ใหญ่มีค่าทำลายป่าอุดมสมบูรณ์ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
- กลุ่มผู้ที่อ้างเช่าที่ดิน: ผู้ที่อ้างสิทธิ์เช่าเพื่อเข้าถึงพื้นที่ แต่แท้จริงบุกรุกเกินขอบเขต
- กลุ่มเจ้าของที่ดินตามเอกสาร: เจ้าของ น.ส.3ก. ที่มีเอกสารสิทธิ์ แต่บางแปลงตัดถนนบุกรุกป่า โดยเฉพาะแปลงที่อยู่ติดแนวป่า
การแบ่งกลุ่มนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่เขาปากเตรียมทั้งหมดกว่า 5,000 ไร่ มี น.ส.3ก. 105 แปลง เนื้อที่ราว 2,000 ไร่ บางส่วนทับซ้อนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จะนำแผนที่มาตรวจสอบเพื่อแยกป่าแท้จากที่ดินชอบกฎหมาย
กรมป่าไม้เร่งคัดแยกป่าแท้หรือที่ดินทับซ้อน
หลังจากนี้ หน่วยงานจะส่งมอบบันทึกสืบสวน รายชื่อผู้ครอบครอง และสารบบที่ดินทั้ง 105 แปลงให้พนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ได้ที่ดินมาถูกต้อง แต่เด็ดขาดกับผู้ได้เอกสารมิชอบ เพื่อเพิกถอนผ่านกรมที่ดิน การตรวจสอบนี้เริ่มมาตั้งแต่ปลายมีนาคม แต่ยังล่าช้าตามคำร้องของผู้ได้รับผลกระทบ
เสียงสะท้อนจากผู้ครอบครองที่ดิน
นายสุระพงษ์ พรหมรักษ์ ตัวแทนผู้ถือครอง น.ส.3ก. ในพื้นที่ เปิดเผยว่าได้ซื้อที่ดินจากการบังคับคดีผ่านการตรวจสอบ แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เพราะพื้นที่ถูกตั้งเป็นหวงห้ามระหว่างสอบสวน แม้ให้ปากคำกับ บก.ปทส. แล้ว แต่ยังไร้ความคืบหน้าเกิน 1 เดือน พวกเขาจะทำหนังสือทวงถามอธิบดีกรมป่าไม้ โดยเฉพาะตรวจสอบ 105 แปลงให้ชัดเจนทั้งการถือครองและเอกสารสิทธิ์
“เราเข้าใจการทำงานรัดกุม แต่ผู้บริสุทธิ์ไม่ควรเดือดร้อน ปัญหานี้ซับซ้อนแต่ล่าช้ามากตั้งแต่ปี 2565” นายสุระพงษ์กล่าว พวกเขาหวังพึ่งหน่วยงานกลางที่เข้ามาแก้ไข แต่เรียกร้องให้เร่งรัดคดีและตรวจสอบที่ดิน
กรณีนี้สะท้อนปัญหาการบุกรุกป่าทั่วประเทศที่เชื่อมโยงโครงการใหญ่ การดำเนินคดีเขาปากเตรียมจะเป็นตัวอย่างสำคัญในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ หากไม่รีบจัดการ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะรุนแรง คุณสามารถช่วยได้โดยติดตามข่าวสารและสนับสนุนการอนุรักษ์ป่า ติดตามความคืบหน้าคดีนี้กับเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต!
ที่มา – เปิด 3 กลุ่มเป้าหมายคดีเขาปากเตรียม! กรมป่าไม้เร่งคัดแยกป่าแท้หรือที่ดินทับซ้อน

