เปิดกลยุทธ์ Ofero เขย่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไทย
ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างน่าสนใจ และการแข่งขันก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในแบรนด์ที่กำลังสร้างความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่คือ Ofero ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าระดับสากลที่ประกาศเดินหน้าทำตลาดไทยอย่างจริงจัง ภายใต้แนวคิดการสร้างธุรกิจระยะยาว ไม่ได้มองเพียงยอดขายระยะสั้น แต่ต้องการวางระบบให้ผู้ใช้เข้าถึงรถไฟฟ้า บริการ และอะไหล่ได้ง่ายในทุกพื้นที่
สำหรับคนที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าราคาเข้าถึงได้ ประเด็นสำคัญไม่ได้มีแค่ดีไซน์หรือความเร็วเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชนิดแบตเตอรี่ ความคุ้มค่า การรับประกัน และบริการหลังการขายด้วย กลยุทธ์ของ Ofero จึงพยายามตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ให้ครบมากขึ้น โดยชูแบตเตอรี่ลิเธียมที่มีน้ำหนักเบา ถอดออกมาชาร์จที่บ้านได้ และมีอายุการใช้งานสูงสุดประมาณ 5 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่นและลักษณะการใช้งาน
เปิดกลยุทธ์ Ofero เขย่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไทย
หัวใจของกลยุทธ์ Ofero คือการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจในประเทศไทยให้แข็งแรง ตั้งแต่การประกอบรถ การจำหน่าย การจัดหาอะไหล่ ไปจนถึงการดูแลลูกค้าหลังการขาย แบรนด์ไม่ได้เลือกใช้วิธีนำเข้าสินค้ามาจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ลงทุนสร้างรากฐานในประเทศ เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพและพัฒนาการบริการได้ใกล้ชิดกับผู้ใช้งานมากขึ้น
ปัจจุบัน Ofero มีการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่โรงงานซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จุดนี้ช่วยสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ต้องการอยู่ในตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง และพร้อมพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการรับประกันชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่ลิเธียมและมอเตอร์นาน 2 ปี ส่วนคอนโทรลเลอร์รับประกัน 1 ปี ขณะที่โครงรถได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ปี
เปิดกลยุทธ์ Ofero เขย่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไทยด้วยบริการที่เข้าถึงง่าย
สิ่งที่ผู้ซื้อรถไฟฟ้าหลายคนกังวลคือ เมื่อใช้งานไปแล้วจะหาศูนย์บริการหรืออะไหล่ได้จากที่ไหน Ofero จึงวางบริการหลังการขายเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญ ปัจจุบันมีจุดให้บริการมากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ และเตรียมขยายเป็น 100 แห่งในเร็ว ๆ นี้ การมีศูนย์บริการใกล้บ้านช่วยลดความกังวลของลูกค้า และทำให้การดูแลรถเป็นเรื่องสะดวกกว่าเดิม
ในด้านระยะเวลาการให้บริการ งานซ่อมเล็กน้อยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง อะไหล่ทั่วไปสามารถจัดส่งถึงศูนย์บริการภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนอะไหล่สั่งพิเศษใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน ขณะเดียวกัน หากเกิดเหตุขัดข้องระหว่างเดินทาง ทีมช่วยเหลือสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุภายใน 30 นาทีในเขตเมือง และภายใน 1 ชั่วโมงสำหรับพื้นที่ห่างไกล นับเป็นรายละเอียดที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน
- มีศูนย์บริการหลังการขายมากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ
- ตั้งเป้าขยายศูนย์บริการเป็น 100 แห่ง
- ตรวจเช็กและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้รวดเร็ว
- มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่
- ตรวจเช็กสภาพและทำความสะอาดฟรีภายใน 3 เดือนแรกหลังซื้อ
เป้าหมาย 2,000 จุดขายภายในปี 2570
หลังเปิดตลาดไทยเพียง 6 เดือน Ofero สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 5,000 คัน ความสำเร็จนี้ทำให้แบรนด์เดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายอย่างเต็มรูปแบบ จากเดิมที่มีตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 150 ร้านค้า โดยตั้งเป้าเพิ่มจุดจำหน่ายปลีกให้มากกว่า 2,000 แห่งภายในปี 2570
แนวทางที่น่าสนใจคือการขยายความร่วมมือไปยังร้านโทรศัพท์มือถือและร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีเครือข่ายอยู่ในชุมชนจำนวนมาก ร้านค้ากลุ่มนี้มีความคุ้นเคยกับการขายสินค้าเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่แล้ว จึงสามารถช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูล ทดลองสินค้า และตัดสินใจซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น การวางสินค้าในจุดที่คนคุ้นเคยยังช่วยลดระยะห่างระหว่างแบรนด์กับลูกค้าในต่างจังหวัดด้วย
หากทำได้ตามแผน เป้าหมาย 2,000 จุดขายจะช่วยให้ Ofero ครอบคลุมตลาดได้กว้างกว่าเดิม ทั้งในเมืองและพื้นที่ชุมชน ผู้สนใจไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อดูรถหรือสอบถามรายละเอียด อีกทั้งตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นยังมีโอกาสสร้างรายได้จากตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัว
รถไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยหลายกลุ่ม
Ofero มีประสบการณ์ทำตลาดในหลายประเทศ รวมถึงอินโดนีเซียและโคลอมเบีย และมีกำลังการผลิตประมาณ 500,000 คันต่อปี ประสบการณ์ระดับสากลดังกล่าวถูกนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้บริโภคไทย โดยเน้นความคุ้มค่า ความประหยัด และการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน
แนวคิดของแบรนด์คือ Ofero Pay more Get more หรือจ่ายอย่างคุ้มค่าและได้รับคุณค่ามากขึ้น รถแต่ละรุ่นจึงมุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้ที่หลากหลาย ตั้งแต่นักเรียนที่ต้องเดินทางไปโรงเรียน แม่บ้านที่ใช้รถไปจ่ายตลาด ผู้สูงวัยที่ต้องการยานพาหนะขับง่าย พนักงานโรงงานที่เดินทางไปทำงาน ไปจนถึงคนทำงานในเมืองที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายประจำวัน
อีกจุดเด่นที่หลายคนให้ความสนใจคือประสิทธิภาพด้านพลังงาน รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ โดย Ofero ระบุว่าประหยัดพลังงานได้มากกว่ารถใช้น้ำมันถึง 10 เท่า อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อควรพิจารณาระยะทางที่เดินทางเป็นประจำ พื้นที่ชาร์จไฟ น้ำหนักบรรทุก และรูปแบบการใช้งานจริงควบคู่กันไป เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมที่สุด
โดยภาพรวม เปิดกลยุทธ์ Ofero เขย่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไทยครั้งนี้น่าสนใจ เพราะแบรนด์ไม่ได้แข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่พยายามสร้างความมั่นใจผ่านแบตเตอรี่ลิเธียม การรับประกัน โรงงานประกอบในประเทศ และเครือข่ายบริการที่ขยายตัว หาก Ofero เดินหน้าตามแผนได้ครบ ผู้บริโภคไทยก็จะมีทางเลือกในการใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น และตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอาจเติบโตอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงต่อไป
สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้า ควรทดลองขับ ตรวจสอบเงื่อนไขรับประกัน และสอบถามศูนย์บริการใกล้บ้านก่อนซื้อเสมอ เพราะรถที่คุ้มค่าที่สุดคือรถที่เหมาะกับการใช้งานของเรา หาก Ofero รักษามาตรฐานสินค้าและบริการได้ตามเป้าหมาย ก็มีโอกาสสร้างความเชื่อมั่นและกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์สำคัญของตลาดรถไฟฟ้าไทยได้ในอนาคต
ที่มา – เปิดกลยุทธ์ ‘Ofero’ เขย่ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไทย ตั้งเป้าปูพรม 2,000 จุดขายปี 70
