เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด ปกรณ์ เสนอ อนุทิน ชี้ช่องโหว่ทุกขั้นตอน
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการ เมื่อมีการรายงานผลการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 โดยคณะกรรมการตรวจสอบฯ ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธาน ได้นำเสนอรายงานต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งพบว่ามีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นแทบจะทุกขั้นตอน
เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด ปกรณ์ เสนอ อนุทิน ชี้ช่องโหว่ทุกขั้นตอน
รายงานฉบับนี้ได้ตีแผ่ถึงช่องโหว่ตั้งแต่การกำหนดอัตราว่าง การอนุมัติจัดสอบ การจัดทำ TOR ไปจนถึงการจ้างผู้รับจ้างภายนอก ซึ่งส่งผลให้กระบวนการสอบขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง การตรวจสอบพบว่าแม้จะมีการกำหนดอัตราว่างไว้ที่ 8,548 อัตรา แต่กลับมีการบรรจุจริงสูงถึง 15,520 อัตรา ทำให้เกิดคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบกฎหมายหรือไม่
พบความผิดปกติของการแก้คะแนนสอบ
ประเด็นที่น่าตกใจที่สุดคือการพบหลักฐานว่ามีการแก้ไขคะแนนสอบ ทั้งการเปลี่ยนคนสอบตกให้สอบได้ และการเพิ่มคะแนนให้คนที่สอบผ่านอยู่แล้ว โดยกระบวนการเหล่านี้มีการใช้ผู้รับจ้างช่วงเข้ามาจัดการ ซึ่งคณะกรรมการระบุชัดเจนว่าเป็น เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด ปกรณ์ เสนอ อนุทิน ชี้ช่องโหว่ทุกขั้นตอน ที่สะท้อนถึงการทุจริตอย่างเป็นขบวนการ และความบกพร่องร้ายแรงของหน่วยงานที่กำกับดูแล
- พบการแก้คะแนนสอบอย่างเป็นระบบเพื่อเอื้อประโยชน์
- การจ้างงานแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่ช่วยให้ กสถ. พ้นผิด
- การสั่งการแก้ไขข้อมูลมีร่องรอย Digital Footprint ชัดเจน
ทางคณะกรรมการได้เสนอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย ทั้งทางแพ่ง อาญา และจริยธรรม พร้อมทั้งเสนอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทำการประมวลผลคะแนนใหม่ทั้งหมดจากฐานข้อมูล OMR เพื่อความถูกต้องและยุติธรรม รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลกลางผู้ทุจริต เพื่อไม่ให้คนกลุ่มนี้กลับเข้ามามีโอกาสในระบบราชการได้อีกต่อไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงนามเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการชุดดังกล่าวแล้ว และมอบหมายให้นายปกรณ์ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการสอบเข้ารับราชการ นี่คือบทเรียนสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างและกลไกการสอบให้โปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่านี้ หากต้องการรักษาธรรมาภิบาลของหน่วยงานไว้ครับ