เปิดสถิติผลิตและยอดขาย รถยนต์-จักรยานยนต์ กันยายน 2568

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกันยายน 2568 ดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจ เปิดสถิติการผลิต และยอดจำหน่ายในประเทศ รถยนต์ และจักรยานยนต์ เดือนกันยายน 2568

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกันยายน 2568 มีทั้งสิ้น 128,104 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 14.01 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 4.77 จากการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าชดเชยการนำรถยนต์นั่งไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศปี พ.ศ. 2565 – 2566 และผลิตรถกระบะดัดแปลง PPV เพื่อส่งออกและจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นจากการออกรุ่นใหม่ของบางบริษัท ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์รุ่นนี้เติบโตร้อยละ 29.95

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – กันยายน 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,075,801 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 4.63

รถยนต์นั่ง เดือนกันยายน 2568 ผลิตได้ 49,473 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 2.39 ผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกลดลงร้อยละ 26.49 จากการเลิกผลิตบางรุ่นเพื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่ให้ตอบรับกฎข้อบังคับของประเทศคู่ค้า โดยแบ่งเป็น

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2568 มีจำนวน 395,713 คัน เท่ากับร้อยละ 36.78 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 7.27 โดยแบ่งเป็น

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกันยายน 2568 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม – กันยายน 2568 ไม่มีการผลิต

รถยนต์บรรทุก เดือนกันยายน 2568 ผลิตได้ทั้งหมด 78,631 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 9.83 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2568 ผลิตได้ทั้งสิ้น 680,088 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 3.02

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2568 ผลิตได้ทั้งหมด 77,473 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 9.66 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2568 ผลิตได้ทั้งสิ้น 673,032 คัน เท่ากับร้อยละ 62.56 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 2.06 โดยแบ่งเป็น

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนกันยายน 2568 ผลิตได้ 1,158 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 22.41 รวมเดือนมกราคม – กันยายน 2568 ผลิตได้ 7,056 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 49.96

เดือนกันยายน 2568 ผลิตได้ 85,625 คัน เท่ากับร้อยละ 66.84 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 2.33 ส่วนเดือนมกราคม – กันยายน 2568 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 708,694 คัน เท่ากับร้อยละ 65.88 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 8.46

รถยนต์นั่ง เดือนกันยายน 2568 ผลิตเพื่อการส่งออก 20,759 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 26.49 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2568 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 154,987 คัน เท่ากับร้อยละ 39.17 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 32.51

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2568 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 64,866 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 9.16 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2568 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 553,707 คัน เท่ากับร้อยละ 82.27 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 1.68 โดยแบ่งเป็น

เดือนกันยายน 2568 ผลิตได้ 42,479 คัน เท่ากับร้อยละ 34.18 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 22.73 และเดือนมกราคม – กันยายน 2568 ผลิตได้ 367,107 คัน เท่ากับร้อยละ 34.12 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 3.75

รถยนต์นั่ง เดือนกันยายน 2568 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 28,714 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 27.94 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2567 ผลิตได้ 240,726 คัน เท่ากับร้อยละ 60.83 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – กันยายน 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.14

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2568 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 12,607 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 12.35 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2568 ผลิตได้ทั้งสิ้น 119,325 คัน เท่ากับร้อยละ 17.73 ของยอดการผลิตรถกระบะ และลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 16.35 ซึ่งแบ่งเป็น

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกันยายน 2568 ไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม – กันยายน 2568 ไม่มีการผลิต

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนกันยายน 2568 ผลิตได้ 1,158 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 22.41 รวมเดือนมกราคม – กันยายน 2568 ผลิตได้ 7,056 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 49.96

เดือนกันยายน 2568 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 205,598 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 9.72 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 156,742 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 6.93 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 48,856 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 19.76

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กันยายน 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,859,474 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 7.12 โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,514,942 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 5.47 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 344,532 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 15.05

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกันยายน 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 48,350 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 1.53 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 23.82 จากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังเติบโตดีเพราะหลายรุ่นมีราคาที่ถูกลงจนสามารถซื้อได้มากขึ้นรวมทั้งเทคโนโลยีที่ติดตั้งในรถยนต์ไฟฟ้าน่าสนใจมากขึ้น แต่รถกระบะยังคงขายลดลงร้อยละ 4.00 จากการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเพราะหลักฐานการเงินอ่อนแอจากเศรษฐกิจในประเทศที่ขยายเติบโตในอัตราต่ำ ค่าครองชีพสูง และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงติดลบ แรงงานในภาคอุตสาหกรรมมีรายได้ลดลงจึงขาดกำลังซื้อ ผู้ขายสินค้าอื่น ๆ และอาหารรวมทั้งการท่องเที่ยวมีรายได้ลดลง

รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 31,722 คัน เท่ากับร้อยละ 65.61 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 40.87

รถกระบะมีจำนวน 11,049 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 4.00 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 48 ในปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถกระบะ REEV มีจำนวน 7 คัน ในปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 3,250 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 31.95 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 1,321 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 5.84 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 953 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 17.42

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 134,440 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2567 ร้อยละ 3.19 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 14.04

ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2568 รถยนต์มียอดขาย 477,969 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 2.12 แยกเป็น

รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 288,391 คันเท่ากับร้อยละ 64.44 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 9.87

รถกระบะมีจำนวน 106,603 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 15.77 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 534 คัน ปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถกระบะ REEV มีจำนวน 13 คัน ปีที่แล้วไม่มียอดจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 31,360 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 16.39 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 11,048 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 10.27 และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 10,020 คัน ลดลงจากเดือนช่วงกันในปีที่แล้ว 3.22

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,315,346 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 2.62

เดือนกันยายน 2568 ส่งออกได้ 86,056 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วร้อยละ 20.90 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 7.23 เพิ่มขึ้นจากการส่งออกรถกระบะเพิ่มขึ้น รวมทั้งรถกระบะดัดแปลง PPV ที่มีบางบริษัทออกรุ่นใหม่และส่งออกเป็นครั้งแรก รถยนต์นั่งไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้าส่งออกเพิ่มขึ้น แต่รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในส่งออกลดลงร้อยละ 16.97 ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรป อเมริกากลางและอเมริกาใต้

ประเภทรถยนต์ส่งออกเดือนกันยายน 2568 แบ่งเป็น ดังนี้

มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 55,776.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 5.52 แต่เครื่องยนต์และชิ้นส่วนส่งออกเพิ่มขึ้นดังนี้

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนกันยายน 2568 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 76,425.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 2.09

เดือนกันยายน 2568 มีจำนวนส่งออก 75,214 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 20.17 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 7.83 โดยมีมูลค่า 4,401.80 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 2.28

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนกันยายน 2568 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 4,854.15 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกันยายน 2567 ร้อยละ 2.28

เดือนกันยายน 2568 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 81,279.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 1.84

เดือนมกราคม – กันยายน 2568 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 689,031 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 10.39 แบ่งเป็น

มูลค่าการส่งออกรถยนต์ 462,553.36 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 13.23 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – กันยายน 2568 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 657,732.56 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 9.27

เดือนมกราคม – กันยายน 2568 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 645,232 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 7.31 มีมูลค่า 45,813.33 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 0.81

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กันยายน 2568 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 49,536.56 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2567 ร้อยละ 0.08

เดือนมกราคม – กันยายน 2568 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 707,269.12 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ร้อยละ 8.68

เดือนกันยายน 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 11,906 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนปีที่แล้วร้อยละ 80.23 โดยแบ่งเป็น

เดือนมกราคม – กันยายน 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 104,571 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายนปีที่แล้วร้อยละ 38.49 โดยแบ่งเป็น

เดือนกันยายน 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 11,629 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนปีที่แล้วร้อยละ 23.67 โดยแบ่งเป็น

เดือนมกราคม – กันยายน 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 106,332 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายนปีที่แล้วร้อยละ 2.05 โดยแบ่งเป็น

เดือนกันยายน 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,355 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนปีที่แล้วร้อยละ 84.60 โดยแบ่งเป็น

เดือนมกราคม – กันยายน 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 15,036 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายนปีที่แล้วร้อยละ 105.69 โดยแบ่งเป็น

ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 330,301 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 59.85 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 574,293 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 28.53 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 78,059 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 27.65 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

เปิดสถิติการผลิต และยอดจำหน่ายในประเทศ รถยนต์ และจักรยานยนต์ เดือนกันยายน 2568

จากข้อมูล เปิดสถิติการผลิต และยอดจำหน่ายในประเทศ รถยนต์ และจักรยานยนต์ เดือนกันยายน 2568 สรุปได้ว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รถกระบะยังคงชะลอตัวเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและสถาบันการเงินที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ นี่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสนใจกับรถยนต์พลังงานทางเลือกมากขึ้น

ภาพรวมเปิดสถิติการผลิต และยอดจำหน่ายในประเทศ รถยนต์ และจักรยานยนต์ เดือนกันยายน 2568

  • ยอดผลิตรถยนต์โดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างโดดเด่น
  • รถกระบะยังคงมียอดขายลดลง
  • การส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ การทำความเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดและรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ที่มา – เปิดสถิติการผลิต และยอดจำหน่ายในประเทศ รถยนต์ และจักรยานยนต์ เดือนกันยายน 2568

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *