เปิดสาเหตุเด้ง ‘ผกก.สภ.หาดใหญ่’ ปล่อย ‘ขาใหญ่’ ยิงเรือกู้ภัย
จากกรณีการย้าย พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้สร้างความฮือฮาในสังคมเป็นอย่างมาก โดยคำสั่งดังกล่าวมาจาก พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ซึ่งมีผลทำให้ พ.ต.อ.สุวโรจน์ ลุนหวิทยานนท์ รองผู้บังคับการสงขลา ต้องรักษาราชการแทนผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่
เปิดสาเหตุเด้ง ‘ผกก.สภ.หาดใหญ่’ ปล่อย ‘ขาใหญ่’ ยิงเรือกู้ภัย
ตามรายงานข่าวที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ระบุว่า สาเหตุการย้ายครั้งนี้เกิดจากความบกพร่องในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ ช่วงที่ฝนตกหนักและมีน้ำท่วมฉับพลัน พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ ในฐานะผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่ ไม่มีการวางแผนรองรับภัยพิบัติล่วงหน้า ไม่มีการจัดส่งตำรวจจราจรไปดูแลการจราจร และไม่มีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งถือเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรงในการปฏิบัติหน้าที่
ขาใหญ่ในเขต 8 กับการยิงเรือกู้ภัย
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เขต 8 ซึ่งเป็นพื้นที่ชานเมืองที่มีชุมชนแออัดและมีการตั้งถิ่นฐานของคนต่างถิ่นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดพัทลุง พบว่ามีการใช้อาวุธปืนยิงใส่เรือกู้ภัยจิตอาสาหลายลำ บางลำถูกยิงกว่า 20 นัด ซึ่งเป็นการกระทำที่อุกอาจและไร้มนุษยธรรม
จากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่าผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งยิงเรือกู้ภัยคือ “ขาใหญ่” ในพื้นที่เขต 8 ที่ไม่พอใจที่เรือกู้ภัยจากต่างถิ่นเข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากขาใหญ่ดังกล่าวมีเรือของตนเองที่ใช้ในการอพยพประชาชน แต่แลกกับค่าจ้างสูงถึง 10,000 – 50,000 บาทต่อราย
เขต 8 นั้นเป็นชื่อที่เรียกกันตามเขตโทรศัพท์ ไม่ใช่เขตการปกครองของเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นพื้นที่ที่มีธุรกิจสีเทา สถานบันเทิง ร้านค้าของเถื่อน และการค้ายาเสพติด ซึ่งมีผู้มีอิทธิพลคอยควบคุมพื้นที่
การเข้าควบคุมพื้นที่และการสืบสวน
ล่าสุด ทางการได้ส่งหน่วยซีลจากกองทัพเรือและหน่วย ตชด. 437 จากอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เข้าไปควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมกับมีคำสั่งจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ให้เร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ในการจับกุมผู้มีอิทธิพลที่สั่งการยิงเรือกู้ภัย เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
ความผิดปกติในการบริหารจัดการภัยพิบัติของ ผกก.สภ.หาดใหญ่ ร่วมกับการปล่อยให้ “ขาใหญ่” ในพื้นที่ใช้ความรุนแรงต่อทีมกู้ภัย ถือเป็นการละเลยหน้าที่อย่างร้ายแรง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มอิทธิพลในการแสวงหากำไรจากความเดือดร้อนของประชาชน
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบกพร่องของระบบความมั่นคงในพื้นที่เสี่ยง และความซับซ้อนของเครือข่ายอิทธิพลที่แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ที่ควรได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ไม่ควรถูกแสวงหากำไรจากความทุกข์ยากของผู้คน
การย้าย ผกก.สภ.หาดใหญ่ ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปรับเปลี่ยนบุคลากร แต่เป็นสัญญาณของการเร่งแก้ไขปัญหาที่ลุกลามมาอย่างยาวนาน และเป็นการส่งสัญญาณถึงการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่