เปิดไทม์ไลน์คดีสินบนทองคำ 246 บาท อดีตลูกน้องแฉ ‘บิ๊กโจ๊ก’ สู่มือ ป.ป.ช.

คดีสินบนทองคำ 246 บาท กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างหนัก หลังจากอดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมการวิ่งเต้นคดีด้วยการใช้ทองคำแท่งมูลค่าสูงถึง 246 บาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกลงโทษทางวินัยและอาญา ซึ่งเป็นการเปิดโปงจากคนในที่รู้ข้อมูลทุกขั้นตอน

คดีสินบนทองคำ 246 บาท เริ่มต้นจากการที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการไต่สวนของ ป.ป.ช. แต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางคือ ข้อกล่าวหาว่ามีการพยายามใช้สินบนเพื่อให้คดีนี้จบลงอย่างนุ่มนวล

เปิดไทม์ไลน์คดีสินบนทองคำ 246 บาท อดีตลูกน้องแฉ ‘บิ๊กโจ๊ก’ สู่มือ ป.ป.ช.

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2568 คดีสินบนทองคำ 246 บาท เริ่มเป็นที่สนใจของสังคม เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลว่ามีการนำทองคำแท่งไปเสนอให้กับหนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อแลกกับการไม่ถูกลงโทษ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการของความยุติธรรมและจริยธรรม

วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา มีการเข้าแจ้งความที่บก.ปปป. เกี่ยวกับการวิ่งเต้นคดีด้วยการเสนอสินบนเป็นทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 246 บาท ซึ่งมีความพยายามที่จะเสนอให้กับหนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช. แลกกับการช่วยพ้นผิด

ต่อมาในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีได้นำกำลังพร้อมหมายค้น เข้าตรวจสอบบ้านพักและสำนักงานของเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวม 11 จุด ในกรุงเทพมหานครและสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นการขยายผลจากการสอบสวนคดีสินบนทองคำ 246 บาท

ในวันเดียวกันนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นคดีด้วยการใช้สินบนใด ๆ ทั้งสิ้น

ต่อมาในวันที่ 29 ธันวาคม 2568 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมทนายความ ได้นำหลักฐานยื่นเพิ่มเติม เพื่อชี้แจงและยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีสินบนทองคำ 246 บาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานนั้น ส่อไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากไม่ได้แจ้งข้อหากับผู้ที่มากล่าวหา ทั้งที่อ้างว่าเป็นคนถูกใช้ให้นำทองคำไปให้คนอื่น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังได้ชี้ว่า ผู้ที่กล่าวหานั้นก็ต้องมีความผิดเช่นกัน และยังได้เปิดเผยอีกว่า สาเหตุที่ถูกฟ้องอาจมาจากการที่ตนเองได้เปิดเผยความสัมพันธ์กับ “มินนี่” จนทำให้ผู้เกี่ยวข้องไม่พอใจ เพราะกระทบต่อครอบครัว ซึ่งตนเองยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ แต่ไม่ได้ตำหนิ

พยานปากสำคัญที่เปลี่ยนเกมคดีสินบนทองคำ 246 บาท

จุดเปลี่ยนสำคัญของคดีสินบนทองคำ 246 บาท เกิดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เมื่อ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทของบิ๊กโจ๊ก ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลพร้อมสู้ความจริง หลังจากที่ต้องทนอยู่กับความกดดันและบ่วงกรรมมานานนับ 10 ปี

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้นำพยานหลักฐานเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน พร้อมยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ที่นำทองคำดังกล่าวไปมอบให้กับกรรมการ ป.ป.ช. จริง และการออกมาเปิดโปงครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่ต้องทำ เพราะไม่อาจทนเห็นลูกน้องตำรวจหลายคนถูกกดดันและบังคับให้รับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังได้อ้างถึงพฤติกรรมการทำร้ายร่างกายที่ตนเองและลูกน้องต้องเผชิญมาโดยตลอด ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการของความยุติธรรมและจริยธรรม

คำให้การของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ทำให้เขากลายเป็นพยานปากสำคัญในคดีสินบนทองคำ 246 บาท ขณะเดียวกันก็ทำให้คดีนี้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อกรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกพาดพิงได้แจ้งความดำเนินคดีกลับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ในข้อหาแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา

ข้อมูลสำคัญที่เปิดโปงคดีสินบนทองคำ 246 บาท

ย้อนกลับไปในวันที่ 31 สิงหาคม 2567 มีการอ้างว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เข้าพบที่สำนักงานย่านรัชดา ก่อนจะมอบหมายให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำทองคำแท่งไปมอบให้กับกรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหาในวันรุ่งขึ้น (1 กันยายน 2567) เพื่อช่วยเหลือทางคดี โดยอ้างว่าพูดคุยตกลงกันแล้ว พร้อมให้ถ่ายคลิประหว่างส่งมอบไว้เป็นหลักฐาน

หลังจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ กลับที่พักได้เปิดกล่องพบทองคำแท่งบรรจุกล่องกระดาษ 2 กล่อง น้ำหนัก 246 บาท จึงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะมีการส่งมอบทองคำแท่งให้กับตัวกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 1 กันยายน 2567 โดยเป็นการส่งมอบในรถที่มีคนขับและตัวกรรมการ ป.ป.ช. คนดังกล่าวนั่งมาในรถด้วย

ล่าสุดในวันที่ 5 มกราคม 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้นำสำนวนคดีสินบนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกรวม 6 คน ยื่นให้ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนตามขั้นตอน พร้อมยื่นคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช. ที่ไม่ขอให้ร่วมในคดีดังกล่าว

คดีสินบนทองคำ 246 บาท ถือเป็นอีกหนึ่งคดีที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการทุจริตในภาครัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมีขึ้นในระบอบประชาธิปไตย

การออกมาเปิดโปงของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ถือเป็นการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากและอันตราย แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ความจริงปรากฏ และเพื่อให้ผู้ที่กระทำผิดได้รับโทษตามความเป็นจริง

คดีสินบนทองคำ 246 บาท ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม และเป็นสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นจริง และเพื่อให้ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานภาครัฐกลับคืนมา

ที่มา – เปิดไทม์ไลน์คดีสินบนทองคำ 246 บาท อดีตลูกน้องแฉ ‘บิ๊กโจ๊ก’ สู่มือ ป.ป.ช.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *