เพจกรมการแพทย์ ชี้ ‘ยืนปัสสาวะเสี่ยงกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว’ เป็นเท็จ

เพจกรมการแพทย์ ชี้ ‘ยืนปัสสาวะเสี่ยงกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว’ เป็นเท็จ

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้ข่าวลือหรือข้อมูลเท็จมักหลอกลวงประชาชนได้ง่าย โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพที่ใกล้ตัวอย่างการปัสสาวะ เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าการยืนปัสสาวะอาจเสี่ยงต่อภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว หรือที่รู้จักกันในชื่อ Overactive Bladder (OAB) ซึ่งทำให้หลายคนกังวลและเปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่จำเป็น ล่าสุด เพจกรมการแพทย์ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จโดยสิ้นเชิง

ยืนปัสสาวะเสี่ยงกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว: ความจริงหรือข่าวลวง?

เพจกรมการแพทย์ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือจากหน่วยงานรัฐ ได้โพสต์ข้อความเตือนประชาชนเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 โดยระบุตรงๆ ว่า ‘ยืนปัสสาวะไม่ใช่สาเหตุของภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว’ และขอให้ทุกคนอย่าหลงเชื่อข่าวลือเหล่านี้ การยืนปัสสาวะเป็นพฤติกรรมปกติที่ผู้ชายจำนวนมากทำตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในสถานที่สาธารณะ แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดที่ยืนยันว่ามันนำไปสู่ปัญหาสุขภาพดังกล่าว

ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวหรือ OAB คืออาการที่กระเพาะปัสสาวะหดตัวกะทันหัน ทำให้รู้สึกอยากปัสสาวะบ่อยๆ รุนแรง และเร่งด่วน แม้ปัสสาวะจะไม่มากนัก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต เช่น นอนไม่หลับ กลัวออกนอกบ้าน หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุปัสสาวะเลอะ แต่สาเหตุหลักมาจากความผิดปกติของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ไม่ใช่จากท่าทางการปัสสาวะ

สาเหตุที่แท้จริงของกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว

ตามข้อมูลจากเพจกรมการแพทย์ สาเหตุของยืนปัสสาวะเสี่ยงกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวนั้นไม่มีมูลความจริงเลย เพราะปัญหานี้เกิดจากปัจจัยทางการแพทย์ที่ซับซ้อน เช่น

  • โรคเบาหวาน: ทำให้เส้นประสาทเสียหาย ส่งสัญญาณผิดปกติไปยังกระเพาะปัสสาวะ
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ: ก่อให้เกิดการอักเสบและกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัว
  • การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง: ขัดขวางการควบคุมการปัสสาวะจากสมอง
  • โรคพาร์กินสันหรือโรคหลอดเลือดสมอง: ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง
  • ภาวะต่อมลูกหมากโตในผู้ชาย: อุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ทำให้กระเพาะทำงานหนัก
  • การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนหลังหมดประจำเดือนในผู้หญิง: ลดความยืดหยุ่นของกระเพาะปัสสาวะ

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจกระตุ้นอาการ OAB ได้ เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์มากเกินไป ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อย อาการท้องผูกเรื้อรังที่กดเบียดกระเพาะปัสสาวะ น้ำหนักตัวเกินที่เพิ่มแรงกด และการใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาลูกหมากหรือยาต้านชัก

วิธีป้องกันและดูแลตัวเองจากภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว

แม้ว่ายืนปัสสาวะเสี่ยงกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวจะเป็นข่าวเท็จ แต่การดูแลสุขภาพทางเดินปัสสาวะยังคงสำคัญ หากคุณมีอาการอยากปัสสาวะบ่อยเกิน 8 ครั้งต่อวัน รู้สึกปวดหรือเร่งด่วนจนควบคุมไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสม เช่น การฝึกกลั้นปัสสาวะ การออกกำลังกายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel exercises) หรือการใช้ยารักษา

ในชีวิตประจำวัน ลองปรับพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอแต่หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มกระตุ้นในช่วงเย็น ควบคุมน้ำหนัก และจัดการกับอาการท้องผูกด้วยการกินผักผลไม้ไฟเบอร์สูง การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยเสริมสร้างสุขภาพโดยรวม ลดโอกาสเกิดโรคเรื้อรังที่อาจนำไปสู่ OAB ได้

ข่าวลือแบบนี้อาจดูน่ากลัว แต่เมื่อมีข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างกรมการแพทย์ ก็ช่วยคลายกังวลได้มาก การแยกแยะข้อมูลจริง-เท็จเป็นทักษะสำคัญในยุคดิจิทัล เพื่อปกป้องสุขภาพของตัวเองและครอบครัว

หากคุณเคยเจอข่าวสุขภาพแปลกๆ แบบนี้ ลองตรวจสอบจากเพจกรมการแพทย์หรือเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุขเสมอ และถ้ามีอาการผิดปกติ อย่ารอช้า รีบพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง สุขภาพดีเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้องครับ!

ที่มา – ‘เพจกรมการแพทย์’ ยันชัดเป็นข้อมูลเท็จ ยืนปัสสาวะเสี่ยงกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *