เฟิร์ส โฟนอินแจงปมเงินค่าข้าวช่วยน้ำท่วม
ประเด็นดราม่าเรื่องเงินสนับสนุนการทำอาหารช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมยังคงได้รับความสนใจ หลังมีการพูดถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับจำนวนอาหาร ค่าใช้จ่าย และการประสานงานระหว่างจิตอาสาหลายฝ่าย โดยเรื่องนี้ถูกนำมาเปิดเผยในรายการโหนกระแส ซึ่งมีทั้ง เปิ้ล นาคร ศิลาชัย อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ขวัญ อุษามณี และทีมงานร่วมพูดคุยเพื่อหาข้อเท็จจริง
สำหรับประเด็นสำคัญคือการโอนเงินจำนวน 2 ครั้ง รวม 20,000 บาท เพื่อจัดซื้อข้าวกล่องและนำไปแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ฝ่ายผู้สนับสนุนตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนอาหารที่ได้รับอาจไม่ตรงกับที่ตกลงกัน ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาอย่างเฟิร์สยืนยันว่า เงินดังกล่าวไม่ได้ถูกนำเข้ากระเป๋าส่วนตัว และมีค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งที่ต้องสำรองจ่ายเอง
เฟิร์ส โฟนอินแจงปมเงินค่าข้าวช่วยน้ำท่วม
ในรายการ เฟิร์สได้โฟนอินเข้ามาชี้แจงกรณีเงินค่าข้าวช่วยน้ำท่วม โดยระบุว่า เงินหมื่นแรกถูกนำไปใช้สั่งข้าวจำนวน 200 กล่อง กล่องละ 50 บาท รวมเป็นเงิน 10,000 บาท ตามคำสั่งของทีมงาน ไม่ใช่การเสนอว่าจะจัดทำข้าว 500 กล่องตามที่มีการเข้าใจกันก่อนหน้านี้
เฟิร์สยังอธิบายเพิ่มเติมว่า รถตู้ทึบที่ใช้ขนส่งอาหารมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,200 บาทต่อครั้ง และเขาเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง รวมถึงยืนยันว่าไม่ได้คิดค่าขนส่งเพิ่มเติมกับทีมงานหรือผู้สนับสนุน ดังนั้น เงินจำนวน 20,000 บาทที่ถูกพูดถึงจึงไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวตามที่หลายคนเข้าใจ
เฟิร์ส โฟนอินโต้ข้อกล่าวหา ยืนยันไม่ได้โกงเงิน
เฟิร์สกล่าวว่า หลังมีข่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเขาหลอกเอาเงินค่าข้าวจากเปิ้ล นาคร จึงตัดสินใจโทรเข้ารายการเพื่อชี้แจง เขายืนยันอย่างชัดเจนว่าเงิน 20,000 บาทไม่ได้เข้ากระเป๋าตัวเอง และไม่ได้ตั้งใจหลอกลวงใคร แต่ยอมรับว่าการสื่อสารระหว่างแต่ละฝ่ายอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ด้านเปิ้ล นาคร ระบุว่า ในส่วนเงินหมื่นแรกอาจเป็นความผิดพลาดด้านข้อมูล เพราะตอนแรกเข้าใจว่าเป็นข้าว 500 กล่อง แต่ภายหลังมีการยืนยันว่าเป็นข้าว 200 กล่อง จึงกล่าวขอโทษเฟิร์สที่สื่อสารตัวเลขคลาดเคลื่อน พร้อมย้ำว่าไม่เคยตั้งใจกล่าวหาว่าเฟิร์สโกงเงิน เพียงต้องการเล่าข้อมูลตามที่ทีมงานได้รับและตรวจสอบกันอยู่
อย่างไรก็ตาม เปิ้ลยังตั้งข้อสังเกตอีกประเด็นเกี่ยวกับการใช้ชื่อทีมงานหรือมูลนิธิในการขอรับสิ่งของช่วยเหลือ โดยระบุว่าเคยมีกรณีที่มีการอ้างว่าเป็นทีมของเปิ้ลเพื่อขอถุงยังชีพ แต่สิ่งของดังกล่าวไม่ได้ถูกส่งมาถึงทีมของเปิ้ลโดยตรง จึงต้องการให้ทุกฝ่ายตรวจสอบขั้นตอนการประสานงานอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและผลกระทบต่อผู้บริจาค
รายละเอียดจำนวนข้าวกล่องที่ยังต้องตรวจสอบ
ปู ทีมงานของเปิ้ล นาคร ให้ข้อมูลว่า เงินหมื่นแรกสามารถเคลียร์ได้ โดยเป็นการสั่งข้าว 200 กล่อง กล่องละ 50 บาท รวม 10,000 บาท แต่สำหรับเงินหมื่นที่สอง มีการพูดคุยกันว่าจะจัดทำข้าว 500 กล่องในพื้นที่บางกะเจ้า ทว่าจำนวนที่ทำจริงมีประมาณ 240 กล่อง และตอนนำส่งพบว่ามีเพียง 200 กล่อง ทำให้ยังขาดจากจำนวนที่ตกลงกันไว้ประมาณ 300 กล่อง
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ประเด็นไม่ได้อยู่เพียงเรื่องเงินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการนับจำนวนอาหาร การส่งมอบ และการจัดทำเอกสารหลักฐาน หากมีผู้สนับสนุนหลายรายร่วมโอนเงินให้บุคคลเดียวกัน ก็ควรมีระบบบันทึกข้อมูลที่ชัดเจน เช่น ใบสั่งซื้อ รายการวัตถุดิบ ภาพถ่ายขณะจัดทำอาหาร จำนวนกล่องที่ส่งจริง และรายชื่อพื้นที่หรือหน่วยงานที่รับมอบ
- ควรระบุจำนวนอาหารและราคาต่อกล่องให้ตรงกันตั้งแต่เริ่มต้น
- ควรแยกบัญชีเงินบริจาคออกจากบัญชีส่วนตัวอย่างชัดเจน
- ควรเก็บหลักฐานการโอนเงิน ใบเสร็จ และค่าใช้จ่ายด้านขนส่ง
- ควรมีผู้ร่วมตรวจสอบจำนวนอาหารก่อนนำไปแจก
- ควรแจ้งผู้บริจาคทันทีหากจำนวนอาหารหรือแผนงานเปลี่ยนแปลง
กรณีนี้ยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายมีสิทธิ์ชี้แจงในมุมของตนเอง และยังไม่ควรสรุปว่าใครผิดหรือถูกจนกว่าจะมีข้อมูลครบถ้วน สิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญคือการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างโปร่งใส เพราะเงินทุกบาทและอาหารทุกกล่องมีความหมายต่อคนที่กำลังเดือดร้อน
บทเรียนจากเรื่องนี้คือการทำงานจิตอาสาควรมีการสื่อสารที่ตรงกัน ตรวจสอบได้ และเปิดเผยรายละเอียดให้ผู้สนับสนุนรับทราบ หากทุกฝ่ายจัดทำบัญชีและหลักฐานอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยลดความเข้าใจผิดและสร้างความเชื่อมั่นในการช่วยเหลือสังคมได้มากขึ้น
ที่มา – “เฟิร์ส” โฟนอินค้างโกงเงิน “เปิ้ล นาคร” ค่าข้าวช่วยน้ำท่วม โต้กลับทุกปมสองหมื่นนี้ไม่ได้โกงใคร!




