เมย์แบงก์ชี้ไทยยังมีโอกาสลงทุนระยะยาว รับ FDI แกร่ง
ในโลกการลงทุนปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง หลายคนอาจตั้งคำถามว่าเศรษฐกิจไทยยังมีมนต์เสน่ห์พอที่จะดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติได้หรือไม่ ล่าสุดทางบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า เมย์แบงก์ชี้ไทยยังมีโอกาสลงทุนระยะยาว รับ FDI แกร่ง ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยาก
เมย์แบงก์ชี้ไทยยังมีโอกาสลงทุนระยะยาว รับ FDI แกร่ง
จากการประเมินของเมย์แบงก์ พบว่าตัวเลข GDP ของไทยมีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ โดยคาดการณ์ว่าจะขยายตัวจาก +2.1% ในปี 2569 ไปสู่ +2.7% ในปี 2570 ซึ่งปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือโครงการลงทุนภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีความชัดเจนและอยู่ในขั้นตอนต่อเนื่อง โดยเฉพาะการไหลเข้าของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทย
ศักยภาพของไทยและความเชื่อมโยงสู่ตลาดโลก
การที่ เมย์แบงก์ชี้ไทยยังมีโอกาสลงทุนระยะยาว รับ FDI แกร่ง นั้นไม่ใช่แค่การคาดการณ์ลอยๆ แต่เห็นได้ชัดจากตัวเลขมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 1 ล้านล้านบาทในช่วงไตรมาสที่ 1 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งโตขึ้นถึง 136% นี่คือเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับการตั้งฐานการผลิตและการลงทุนในอนาคต
นอกเหนือจากความแข็งแกร่งในประเทศแล้ว เมย์แบงก์ยังได้ใช้เวทีระดับนานาชาติอย่าง “Invest ASEAN” ที่จัดขึ้นในสิงคโปร์ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างบริษัทไทยกับนักลงทุนสถาบันทั่วโลกที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันมหาศาล เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทจดทะเบียนไทยได้แสดงศักยภาพและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนได้แก่:
- กลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
- กลุ่มบริการด้านสาธารณสุข (Healthcare)
- กลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค
- กลุ่มสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
ในฐานะนักลงทุน การมองหาโอกาสท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่กำลังปรับตัวเป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาด การได้รับฟังมุมมองเชิงกลยุทธ์จากสถาบันการเงินที่เชี่ยวชาญระดับอาเซียนอย่างเมย์แบงก์ ยิ่งทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่ประเทศไทยยังมีพื้นฐานที่แกร่งพอที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคง หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในระยะยาว ควรเน้นการเลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและสอดรับกับเทรนด์โลก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลหรือเทคโนโลยี AI ครับ