เมื่อ “ศพร.” ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นคำตอบ แต่เหตุใดคำถามจึงยังไม่หายไป
ในวันที่สถานการณ์สินค้าเกษตรเถื่อนทะลักเข้าสู่ประเทศไทยจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง การจัดตั้ง “ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.)” โดยมีคุณสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นแม่ทัพใหญ่ จึงกลายเป็นความหวังใหม่ที่ใครหลายคนต่างเฝ้ามอง อย่างไรก็ตาม เมื่อ “ศพร.” ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นคำตอบ แต่เหตุใดคำถามจึงยังไม่หายไป ในใจของพี่น้องเกษตรกรไทย
วิเคราะห์การทำงานเมื่อ “ศพร.” ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นคำตอบ แต่เหตุใดคำถามจึงยังไม่หายไป
การมีหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่บูรณาการถือเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่สังคมตั้งคำถามคือผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง เพราะที่ผ่านมาเราเห็นข่าวการจับกุมสินค้าเถื่อนจากหน่วยงานเดิมๆ เช่น ด่านศุลกากร หรือตำรวจ มากกว่าจะได้เห็นบทบาทที่ชัดเจนจากศูนย์อำนวยการแห่งนี้ การทำงานแบบ “อำนวยการ” จึงต้องระวังกับดักเรื่องการเน้นจัดประชุม แต่ขาดการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง
บทบาทที่แท้จริงของ ศพร. ท่ามกลางวิกฤตเกษตร
ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดคือการวัดผลงานที่ดูจากจำนวนครั้งของการประชุม แทนที่จะวัดจากจำนวนปัญหาที่ลดลง เกษตรกรไม่ได้ต้องการทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการเพิ่มอีกกี่ชุด แต่พวกเขาต้องการคำตอบว่า:
- สินค้านำเข้าผิดกฎหมายลดลงกี่เปอร์เซ็นต์?
- เครือข่ายขบวนการค้าของเถื่อนรายใหญ่ถูกทลายไปเท่าไหร่?
- ราคาผลผลิตในตลาดดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่?
ความคาดหวังของเกษตรกรคือสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ เพราะ เมื่อ “ศพร.” ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นคำตอบ แต่เหตุใดคำถามจึงยังไม่หายไป นั้นสะท้อนถึงช่องว่างระหว่างการทำงานภาครัฐกับความเดือดร้อนจริงของประชาชน หากรัฐสามารถสร้างต้นทุนการทำผิดที่สูงจนไม่มีใครกล้าเสี่ยง ความเชื่อมั่นก็จะกลับคืนมาสู่เกษตรกรไทยอีกครั้ง
ในท้ายที่สุด หน่วยงานที่ดีไม่จำเป็นต้องออกสื่อหรือแถลงข่าวทุกวัน แต่ต้องเป็นหน่วยงานที่ทำให้คนทำผิดเกรงกลัว และทำให้เกษตรกรมีความหวังในการประกอบอาชีพ เพราะศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของระบบราชการคือความเคยชินที่เน้นรูปแบบมากกว่าเนื้อหา เราทุกคนยังรอวันที่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปจากสังคมไทยอย่างถาวร
ที่มา – เมื่อ “ศพร.” ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นคำตอบ แต่เหตุใดคำถามจึงยังไม่หายไป